“คริส โปตระนันทน์” ขอโทษคนไทย ตอนร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ห้ามเรื่องล้อเลียนสถาบัน ลั่น พรรคเศรษฐกิจจะยืนตรงข้ามคอยตรวจสอบพรรคประชาชน ก่อน “ไหม ศิริกัญญา” โต้ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเศรษฐกิจ เหตุอุดมการณ์อยู่ขั้วตรงข้าม


วันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ สะท้อนบทเรียนทางการเมืองจาก “อดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต” โดยกล่าวขอโทษคนไทยต่อบทบาทในอดีตที่เคยร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ พร้อมยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในช่วงเวลานั้นตน ไม่ได้กำกับและไม่ได้ห้าม การสื่อสารของสมาชิกบางส่วนในพรรคที่นำไปสู่การล้อเลียนเรื่องสถาบัน ซึ่งสร้างความรู้สึกกระทบกระเทือนต่อประชาชนจำนวนมาก


ในช่วงหนึ่งของการดีเบต ผู้ดำเนินรายการได้เปิดโจทย์ให้ผู้ร่วมเวที “หยิบยกประเด็นข้อผิดพลาดทางการเมืองในอดีตที่เห็นว่าควรได้รับการแก้ไข” ไม่ว่าจะเป็น “ความผิดพลาดของพรรคตนเอง” หรือ “ความล้มเหลวของนโยบายต่าง ๆ ที่ผ่านมา” เพื่อให้เห็นการถอดบทเรียนและแนวทางขับเคลื่อนประเทศต่อไป


ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ไม่ได้ใช้โอกาสดังกล่าวในการสะท้อนบทเรียนของพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และพรรคประชาชน

...


นายคริสจึงได้ใช้โอกาสดังกล่าวสะท้อนบทเรียนทางการเมืองของตนนับตั้งแต่ที่ตนได้ก่อตั้งอนาคตใหม่ ไปจนถึงการอยู่ในพรรคก้าวไกลโดยเน้นว่า การเมืองที่รับผิดชอบต้องเริ่มจากการยอมรับอดีต ตั้งมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ในปัจจุบัน และพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ในอนาคต ซึ่งในอดีตบทเรียนของพรรคอนาคตใหม่คือการเชื่อว่าการมีนายทุนที่มีอุดมการณ์ในพรรคคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่ในความจริงกลับทำให้เกิดโปลิตบูโรขึ้นมาในพรรค อีกทั้งตนยังได้ฝากขอโทษไปยังพี่น้องประชาชนว่า ตนขอโทษคนไทยตอนที่ได้ร่วมก่อตั้งอนาคตใหม่ ที่ไม่ได้ห้ามสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ในการล้อเลียนสถาบัน จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้พี่น้องคนไทยไม่สบายใจ


ในช่วงดีเบตต่อมา ประเด็นความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างพรรคเศรษฐกิจกับพรรคคู่แข่งถูกหยิบยกขึ้นในเวทีดีเบต โดยนายคริสกล่าวถึงจุดยืนของพรรคเศรษฐกิจอย่างชัดเจน พร้อมระบุถึงความสัมพันธ์กับตนว่า พรรคประชาชนอย่างไรก็ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเศรษฐกิจก่อนย้ำบทบาทของพรรคเศรษฐกิจว่า “เป็นพรรคเศรษฐกิจนี่แหละ ที่จะยืนตรงข้ามกับพรรคประชาชน และคอย check and balance (ตรวจสอบและถ่วงดุล) พรรคประชาชนตลอดไป”


ในช่วงเดียวกัน ยังมีถ้อยคำที่กล่าวถึงโครงสร้างการตัดสินใจภายในพรรคการเมือง โดยระบุว่า “โปลิตบูโรจะต้องไม่มีอยู่ในพรรคนี้”



พรรคเศรษฐกิจย้ำว่า ประเด็นดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของการเมืองสมัยใหม่ คือการไม่รวมศูนย์อำนาจตัดสินใจอยู่ในมือคนกลุ่มเล็ก และต้องมีระบบตรวจสอบภายในที่ทำให้ “คำพูด” สอดคล้องกับ “การกระทำ” อย่างต่อเนื่อง


ต่อมา น.ส.ศิริกัญญา ให้ความเห็นในเวทีดีเบตเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคเศรษฐกิจ โดยกล่าวถึงกรอบการจัดตั้งรัฐบาลและการทำความตกลงร่วมรัฐบาล (MOU) พร้อมชี้ว่า เมื่อ “แต่นโยบายเราตรงกันข้ามกันขนาดนี้” จึง “คิดว่าไม่น่าจะไปด้วยกันได้ค่ะ”