“ยศชนัน” นำทีมเพื่อไทย ปราศรัยที่อุดรฯ โดนรุมกอดรุมหอม ประกาศทวงคืนเมืองหลวงเพื่อไทย ขอเหมา 10 เขต ชูทำยิ่งกว่าคนละครึ่งพลัส 70:30 ด้าน “ณัฐวุฒิ” ขอชาวบ้านช่วยสั่งสอนคนย้ายพรรค

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ทุ่งศรีเมืองบ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อช่วยหาเสียงให้นายไตรภพ คำเพชร ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขต 4 เบอร์ 3 หาเสียง

นายยศชนันได้ทักทายชาวอุดรธานีว่า อาจารย์เชนกลับมาเมืองหลวงของเพื่อไทยแล้ว วันนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็แล้วแต่หัวใจยังอยู่ที่นี่เหมือนเดิม วันนี้ขอเป็นลูกหลานคนอุดรธานีได้หรือไม่ หากได้อุดรฯ รอบนี้ขอ 10 เขต ถ้าได้ไม่กลับบ้านจะอยู่ที่นี่อยู่ในใจคนที่นี่ตลอดไป

นายยศชนัน ระบุว่า วันนี้เกินความคาดหมายของตน สิ่งที่ตนเดินทางมาอุดรธานี เพื่อจะสื่อสารกับทุกคนคือ นโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย วันนี้ได้เห็นคนสุดลูกหูลูกตา ไม่ว่าพี่น้องจะอยู่ที่ไหนพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะบอกทุกคนว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเดินไปกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน พร้อมที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้กับทุกคน เพราะจิตวิญญาณเพื่อไทยไม่เคยเปลี่ยน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน

...

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า วันนี้มีความรู้สึกอบอุ่นใจไปที่ไหนก็พยายามโปรโมทของพื้นบ้าน อุดรฯ มีดีหลายอย่าง ขาดเพียงผู้นำที่จะพาอุดรฯไปในระดับนานาชาติ อุดรฯ สามารถดีขึ้นได้ อุดรฯต้องเป็นที่หนึ่ง วันนี้ตนมั่นใจจริงๆ ว่า ในประเทศไทยทุกอย่างเป็นไปได้ แต่ขอเริ่มต้นอย่างเดียวก่อน รอบนี้ประมาทไม่ได้ขอ 10 เขตอุดรฯ ได้หรือไม่ ขอนายไตรภพเข้าไปด้วยได้หรือไม่

นายยศชนัน ยังกล่าวอีกว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ปีนี้ไม่อยากให้ทุกคนคิดว่า เป็นแค่วันเลือกตั้ง แต่ในครั้งนี้คือวันที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวังของเราได้ และหากพ่อแม่พี่น้องไว้วางใจตน ตนและนายไตรภพจะทำความฝัน ความหวังให้กลายเป็นจริงทันที โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร วันนี้ต้นทุนทุกอย่างขึ้นราคา พรรคเพื่อไทยมีนโยบายประกันกำไรให้เกษตรกร 30% พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรเพื่อการเกษตร รวมถึงการแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ โดยจะนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ เพราะอุดรฯ คือเมืองหลวงของพรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันจะสานต่อเรื่องสวัสดิการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ส่วนผู้สูงอายุ พรรคเพื่อไทยพร้อมประกาศปิดหนี้เสียผู้สูงอายุ ปิดหนี้ทันทีวงเงิน 100,000 บาท ส่วนเรื่องยาเสพติด ยืนยันไม่หมดไม่เลิก วันนี้ตนจะไปให้ทั่วอุดรฯ ให้ทุกคนเห็นว่า พรรคเพื่อไทยกลับมาแล้ว

นายยศชนัน ยอมรับว่า โครงการคนละครึ่งก็ดี แต่ยังมีหลายคนที่ไม่สามารถจ่ายครึ่งเดียวได้ วันนี้พรรคเพื่อไทยมีมากกว่าเดิม มากกว่าพลัสคือ 70:30 ทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง พรรคเพื่อไทยทำได้

ขณะที่เรื่องการรักษาพยาบาลก่อนหน้านี้เพื่อไทยมี 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งไม่มีพรรคไหนกล้าทิ้ง ต่อมาเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ และในวันนี้ยศชนันมาจะเป็น 30 บาท AI ซึ่งไม่ใช่การเอาหุ่นยนต์มารักษา แต่เป็นการทำให้ทุกคน ทุกพื้นที่เข้าถึงการรักษาได้ ซึ่งตนไม่สามารถทำคนเดียวได้ ขอให้ช่วยกันเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวบนเวทีปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ชาวอุดรธานีวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตัดสินใจให้เด็ดขาดพร้อมกัน ยืนยันในสิ่งที่เราเชื่อร่วมกันมาตลอดว่า เพื่อไทยทำงานได้ มีนโยบาย และจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ใครที่เขาย้ายไปแล้ว ให้บทเรียนให้เขารู้จักคนอุดรฯ ให้เขารู้จักคนบ้านดุง บ้านดุงคนเขตนี้เวลามาออดอ้อน เวลาไปรอจนยกสุดท้าย ได้นายไตรภพ คนมีคุณภาพอยู่เขตนี้ ซึ่งเกือบไป ถ้าหาคนมาลงไม่ทันเสียหาย นี่คือความจริงที่เป็น ดังนั้นเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากเลือกเพื่อไทย 2 ใบเอาเพื่อไทยไปทำงานแล้ว ยังเป็นการสั่งสอนคนที่เล่นการเมืองแบบนี้ให้รู้ด้วย กาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบให้รู้ว่า “ไผเป็นไผ”

“ยศชนัน” ยกชาวอุดรฯ มีบุญคุณ ตั้งแต่ไทยรักไทย จนถึงเพื่อไทย

จากนั้นเมื่อเวลา 11.50 น. ที่โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จ.อุดรธานี นายยศชนัน พร้อมทีมหาเสียงพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัย ช่วยนายสมัคร บุญปก ผู้สมัคร สส. อุดรธานี เขต 3 เบอร์ 2 หาเสียง โดยก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน ได้เดินพบปะทักทายประชาชนที่มาฟังปราศรัย ซึ่งประชาชนทั้งกอด ทั้งหอม ขอถ่ายภาพ บางจังหวะนายยศชนันถึงกับขึ้นเก้าอี้ เพื่อจะทักทายประชาชนได้อย่างทั่วถึง

นายยศชนัน กล่าวปราศรัยว่า ยศชนันมารายงานตัว วันนี้อบอุ่นจริงๆ ตอนแรกจะถามว่าขอ 10 เขตได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ไม่ถามแล้ว เพราะอุดรธานีแดงทั้งแผ่นดิน และจะแดงไปตลอดกาล วันนี้ผูกพันจริงๆ ที่ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง และนี่คือเมืองหลวงของเพื่อไทยจริงๆ ยศชนันกลับบ้านมาแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวลูกหลานชาวอุดรธานีได้หรือไม่

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า เราประมาทไม่ได้เพราะครั้งที่แล้วไม่เข้าเป้า ครั้งนี้ขอเดินวนดูหน้าดูตากัน รอบนี้ขอนายสมัคร เข้าไปกับตนได้หรือไม่ ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งเขต ตอนเลือกอย่าเลือกผิด เพราะถ้าเลือกผิดพรรคจะไม่ได้ทั้งคนทั้งเขต

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้พวกเราได้รู้จักกัน บางคนล้มลง และลุกกลับมา ซึ่งเราเป็นพรรคทำเพื่อพี่น้องประชาชน ยังจำอดีตไทยรักไทยได้หรือไม่ จำการต่อสู้ของพวกเราได้หรือไม่ และวันนี้การต่อสู้ครั้งใหม่เริ่มขึ้น เพื่อความฝันของพี่น้องชาวอุดรธานีอีกครั้ง และตนพร้อมที่จะเป็นนายกฯ คนที่ 33 ของชาวอุดรธานีเลือดเนื้อเชื้อไขอยู่ตรงนี้ เมืองหลวงของเพื่อไทย

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า วันนี้ถ้าไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อไทยไม่ได้เข้าไปแบบถล่มทลาย ก็ทำไม่ได้ เรามองเห็นเรื่องคนละครึ่ง 50:50 แต่บางคนก็ไม่ไหว วันนี้ยิ่งกว่าพลัสรัฐบาลจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 ครั้งนี้เป็นศึกสำคัญที่สุดของพี่น้องชาวอุดรธานี ความสามัคคีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เดินหน้าสื่อสารนโยบายที่ดีให้พี่น้องประชาชน และลงมาพบปะกับพี่น้องประชาชน เห็นความเดือดร้อนของพี่น้อง และพร้อมทำทันที

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า เมื่อวานนี้ (21 ม.ค.) ทุกอย่างยืนยันว่าเราบริสุทธิ์ใจทำเพื่อพี่น้องประชาชน ขอเสียงเป็นกำลังใจให้พวกเราทั้งผู้สมัคร และพรรคเพื่อไทย เรามาเพื่อทำให้ทุกคนรู้ว่า นี่คือพรรคที่เป็นครอบครัว ทุกคนสามารถพึ่งพา สส. และผู้สมัครของเราได้ทั้งหมด ด้วยความสมัครสมานสามัคคี นี่คือครอบครัวเพื่อไทย สืบทอดมาจากไทยรักไทย แต่ในอดีตของเราไม่สามารถมาถึงทุกวันนี้ได้ ถ้าไม่มีพี่น้องอุดรธานีที่มีบุญคุณกับพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทย วันนี้ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค เพื่อให้ได้ยศชนัน มาเป็นนายกรัฐมนตรี

ลั่น ยิ่งกว่าพลัส 70:30 ทำได้ ไม่สะดุดเหมือน ดิจิทัลวอลเล็ต

ต่อมา เมื่อเวลา 12.05 น. นายยศชนัน ได้กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดอุดรธานีจะสามารถทวงคืนพื้นที่ทั้ง 10 เขตได้หรือไม่ ว่า แน่นอน ครั้งนี้มีความมั่นใจ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจคือเรื่องนโยบาย เพราะวันนี้เราสามารถส่งนโยบายให้คนอุดรฯ กลับมาให้โอกาสพรรคเพื่อไทยอีกครั้งในเขตที่ขาดไป

ส่วนเขตที่เป็นสีแดงและกลายเป็นสีส้ม จะปรับยุทธศาสตร์อย่างไรให้กลับมาเป็นสีแดงนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องการลงพื้นที่ เป็นการส่งมอบและพยายามทำความเข้าใจกับนโยบายกับประชาชน รวมถึงทางผู้สมัครของเราเป็นผู้ที่ลงพื้นที่อยู่แล้ว และย้ำว่าครั้งนี้มีความมั่นใจ ทั้งดูจากเสียงภายในก็เป็นไปตามที่คาด เสียงตอบรับดี และมีความหวังว่าในครั้งนี้เราจะได้ 10 เขต ทั้งนี้ทุกเขตก็ต้องทำงานหนักเท่ากัน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องสื่อสารให้ประชาชนเห็นความสม่ำเสมอในการทำงาน ซึ่งเขตครั้งที่แล้วที่ไม่ได้รับเลือกก็ลงพื้นที่อยู่ตลอด พยายามทำความเข้าใจกับประเด็นปัญหาทำเป็นนโยบายเพิ่มเติม ให้กับพี่น้องชาวอุดรฯ

ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนโยบายยิ่งกว่าพลัส 70:30 ว่าอาจจะทำไม่ได้จริง เหมือนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นการกระตุ้นทีละครั้ง มีการคำนวณเรื่องงบประมาณและมีโมเดลเพิ่มเติม เรื่องเกี่ยวกับการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับภาครัฐ ซึ่งมีความมั่นใจว่าสามารถส่งมอบและทำนโยบายได้

เมื่อถามย้ำว่าจะไปสะดุดข้อกฎหมายหรือปัญหาเหมือนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เราถอดบทเรียนและมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นกลไกที่ทำได้เลย