“อนุทิน” เล็งปักธงโคราช อ้อนขอเป็นนายกฯ ลูกหลานย่าโมคนที่ 2 ลั่นทวงคืนแผ่นดินชายแดน สกัดมันเถื่อนส่งผลราคาพุ่ง


วันที่ 22 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทัพเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ อาคารโดม เทศบาลตำบลโนนสูง เพื่อช่วยหาเสียงให้ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส. เขต 5 โดยถือเป็นการลงพื้นที่โคราชครั้งแรกหลังยุบสภา เพื่อหวังขยายฐานที่นั่งจากเดิมที่เคยได้เพียง 1 เขต เพิ่มเป็นยกจังหวัด


นายอนุทินประกาศนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงโดยระบุว่า ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลร่วมกับกองทัพได้ทวงคืนผืนแผ่นดินตามแนวชายแดนกลับมาได้ทุกตารางนิ้ว พร้อมย้ำจุดยืนเรื่องข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาว่าจะไม่เปิดด่านตามความต้องการของคนพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้เปิดด่านชายแดนในช่วงที่มีความขัดแย้ง ซึ่งการปิดด่านทำให้ไม่มีมันเถื่อนข้าวเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาในตลาด ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังและข้าวของเกษตรกรไทยสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ

...


นายอนุทินยืนยันว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะเดินหน้า "คนละครึ่งพลัส เฟส 2" ทันที โดยชูจุดเด่นว่าเป็นนโยบายที่รัฐและประชาชนร่วมกันจ่าย (Co-pay) ซึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงและสร้างวินัยการคลังได้ดีกว่าการแจกเงินสด 10,000 บาทเพียงอย่างเดียวที่อาจถูกนำไปใช้หนี้หมดโดยไม่เกิดการหมุนเวียนในระบบ


นายอนุทินย้ำถึงความเป็นคนปากช่องว่า ผูกพันกับนักการเมืองรุ่นใหญ่อย่าง พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และนายสุวัฒน์ ลิปตพัลลภ "โคราชเคยมีนายกฯ ชื่อชาติชาย วันนี้ถ้าจะพูดว่านายกฯ ประเทศไทยอยู่ปากช่องนี้เองก็ไม่ผิด" พร้อมขอวาสนาจากชาวโคราชให้เลือกพรรคภูมิใจไทยเพื่อที่ตนจะได้กลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้ง


ทั้งนี้เวทีนี้ดังกล่าวงสร้างความฮือฮาด้วยการปรากฏตัวของนายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่นั่งรถเข็นขึ้นเวทีเพื่อช่วยบุตรชายหาเสียง โดยนายวิรัชได้กล่าวปราศรัยอย่างเผ็ดร้อนถึงปัญหาพรมแดนว่า บางพรรคพยายามใช้วิธีประนีประนอมกับกัมพูชา ถึงขั้นว่าให้น้องสาวไปแต่งงานกับเขมร ขณะที่นายอนุทินใช้ความเด็ดขาดในการจัดการปัญหาชายแดน