“จิตภัสร์-ไทยก้าวใหม่” เสนอวาระแห่งชาติดันออกกฎหมายปรับโครงสร้างเมือง-ระบบขนส่งรองรับอารยสถาปัตย์ เพื่อผู้พิการ ใช้ AI -เทคโนโลยีช่วย พ่วงเข้มงวดกฎหมาย หนุนชงบรรจุยุทธศาสตร์ชาติ 10 ปี
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 22 มกราคม 2569 ที่พรรคไทยก้าวใหม่ นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ในฐานะแกนนำพรรคไทยก้าวใหม่ และหัวหน้าทีมเสมอภาคและความมั่นคงของมนุษย์ แถลงเสนอนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการว่า นโยบายนี้ มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือหลักในการปรับโครงสร้างระบบขนส่งสาธารณะและพื้นที่สาธารณะของประเทศ เพื่อให้ผู้พิการทุพพลภาพสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ดังนั้น การเข้าถึงบริการสาธารณะไม่ควรเป็น “สิทธิที่ต้องร้องขอ” แต่ต้องเป็น “มาตรฐานพื้นฐาน” ที่รัฐต้องจัดให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับเรื่องคนพิการให้เป็น “วาระแห่งชาติ” และควรถูกบรรจุลงใน ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 10 ปี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า
...
“ถ้าเรายังปล่อยให้คนพิการต้องเจอกับอุปสรรคในการเดินทาง การใช้รถสาธารณะ หรือการเข้าถึงพื้นที่ของรัฐและพื้นที่เมือง เรากำลังปล่อยให้ความเหลื่อมล้ำในการดำรงอยู่ในชีวิตประจำวันของเขาอย่างเงียบ ๆ และนี่คือสิ่งที่ต้องเปลี่ยน”
นางสาวจิตภัสร์ กล่าวย้ำอีกว่า นอกเหนือจากเบี้ยเลี้ยงผู้พิการฯ ที่จำเป็นต้องคงไว้ต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายพรรคการเมืองมักหยิบยกมาพูดถึงเป็นหลัก แต่ที่ผ่านมา สังคมไทยยังแทบไม่เคยเห็นการพูดถึง “การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง” และ “เชิงนโยบาย” อย่างจริงจัง เพื่อทำให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียมในระยะยาว พรรคไทยก้าวใหม่จึงขอเสนอนโยบายดังกล่าวเป็นแนวทางในการเริ่มต้นปรับโครงสร้างจาก “หัวเมืองหลัก” ก่อน เพื่อให้เป็นต้นแบบการพัฒนา ทั้งด้านระบบขนส่งสาธารณะ ทางเท้าอักษรเบล ทางลาด ป้ายสื่อสาร จุดบริการประชาชน และผู้พิการฯ รวมถึงการออกแบบพื้นที่สาธารณะให้เป็นอารยสถาปัตย์ที่เป็นมิตรกับทุกคน (Universal Design) ก่อนจะขยายและกระจายไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ เทคโนโลยีและ AI จะเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบเมืองยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบข้อมูลการเข้าถึง การวางแผนเส้นทางที่เหมาะสม การปรับบริการขนส่งให้ตอบโจทย์ผู้พิการฯ การใช้แพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้งาน รวมถึงการประเมินผลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การพัฒนามีประสิทธิภาพและโปร่งใส และขอเสนอให้ภาครัฐนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ตรวจจับ และประเมินมาตรฐานอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะอาคารที่ก่อสร้างแล้ว แต่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานอารยสถาปัตย์เพื่อรองรับผู้พิการฯ เช่น ทางลาดไม่ถูกต้อง ลิฟต์ไม่รองรับ ห้องน้ำไม่เหมาะสม หรือเส้นทางสัญจรไม่ปลอดภัย เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ
นางสาวจิตภัสร์ กล่าวต่อว่า ตนขอเน้นย้ำว่า การพัฒนาสังคมที่เท่าเทียมต้องมาพร้อมการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยต้องมีบทลงโทษ และค่าปรับที่ชัดเจน เข้มงวด และเกิดขึ้นจริงกับหน่วยงานหรือผู้ประกอบการที่ละเลยมาตรฐานการเข้าถึงของการบริการผู้พิการฯ เพื่อไม่ให้การออกแบบเพื่อผู้พิการเป็นเพียง “ข้อเสนอเชิงสัญลักษณ์” แต่ต้องเป็น “มาตรฐานที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามได้จริง” ทั้งนี้ หวังว่านโยบายดังกล่าว จะได้รับความสนใจจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่เท่าเทียม และเป็นการปฏิรูปโครงสร้างเมืองที่เป็นอารยสถาปัตย์ที่จับต้องได้จริง ตอบสนองต่อผู้พิการฯ ให้มีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น ผ่านการผสานเทคโนโลยีและการออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม