“ร.อ.ธรรมนัส” ลั่นกลางเวทีโคราช พูดแล้วต้องทำ ซัดทุนกดราคาอ้อย-มันสำปะหลัง กางแผนปฏิรูปที่ดิน แก้หนี้เกษตรกรทั้งระบบ ย้ำ พรรคกล้าธรรมจะยืนอยู่ข้างเกษตรกรและคนตัวเล็กตลอดไป
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 21 มกราคม 2569 พรรคกล้าธรรม จัดเวทีปราศรัยที่โรงเรียนมัธยมด่านขุนทด ตำบลด่านขุนทด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีช่วยหาเสียงให้ นายมารุต ชุ่มขุนทด ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 15 พรรคกล้าธรรม ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวโคราชที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่าโคราชเป็นประตูสู่อีสาน หากเมืองนี้เข้มแข็ง มีความเจริญ การพัฒนาทั้งภาคอีสานก็จะเดินหน้าได้ พร้อมเปรียบเทียบว่าบ้านเมืองก็เหมือนบ้านคน หากรั้วมั่นคงบ้านย่อมอยู่ดีมีสุข แต่ถ้ารั้วพัง บ้านย่อมมีปัญหา เช่นเดียวกับการบริหารประเทศที่ต้องเริ่มแก้จากฐานราก จากนั้นกล่าวถึงปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ โดยเฉพาะข้อพิพาทระหว่างรัฐกับชาวบ้านในหลายอำเภอของโคราช ซึ่งประชาชนอยู่ในพื้นที่มานาน แต่กลับถูกดำเนินคดี
“ที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก. ต้องมีไว้เพื่อจัดสรรให้ผู้ไร้ที่ดินทำกินอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือเอื้อกลุ่มทุน ผมทำนโยบายการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรสำเร็จมาแล้ว และจะเดินหน้าผลักดันต่อยอดสู่โฉนดครุฑสีแดง เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของเกษตรกร”
...
ขณะเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงปัญหาภัยแล้งและน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ด่านขุนทด ซึ่งกระทบต่ออ้อย มันสำปะหลัง และข้าว โดยยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขระบบชลประทานอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่นโยบายสวยหรูที่ทำไม่ได้ พร้อมวิพากษ์นโยบายแจกเงินที่ไม่สร้างงานและไม่แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ในประเด็นราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะอ้อย ว่า ปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายอ้อยได้ราวตันละ 1,300 บาท แต่ปีนี้ราคากลับลดลงเหลือเพียง 500-800 บาท ทั้งที่ราคาน้ำตาลในตลาดสูงขึ้น จึงตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเปิดเผยว่าได้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงอุตสาหกรรมเรียกโรงงานน้ำตาลทั้งระบบมาหารือ เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมถึงพิจารณาการกำหนดพื้นที่รับซื้อ ลดภาระค่าขนส่งของเกษตรกร และยืนยันว่ามาตรการเยียวยาไร่อ้อยยังต้องเดินหน้าต่อ
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาราคามันสำปะหลังในโคราช ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกสำคัญของประเทศ โดยระบุว่าได้สั่งการให้ตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจกระทบต่อราคาภายในประเทศ พร้อมย้ำว่าผลผลิตของเกษตรกรไทยต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ให้กลุ่มทุนร่ำรวยบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน
ในช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและครู โดยยืนยันแนวคิดการตั้งกลไกกลางรับซื้อหนี้จากสถาบันการเงินในราคาที่เป็นธรรม แล้วนำมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ลดภาระดอกเบี้ยให้คนฐานราก พร้อมตั้งคำถามถึงระบบการเงินที่ปล่อยให้เกษตรกรเป็นหนี้สะสม ขณะที่กลุ่มทุนกลับได้ประโยชน์ พร้อมกันนี้ยังวิพากษ์โครงสร้างราคาพลังงาน ไฟฟ้า และปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาผลผลิตของชาวบ้านกลับถูกกดต่ำ ย้ำว่าหากพรรคกล้าธรรมได้รับโอกาส จะเดินหน้าปฏิรูปกระทรวงเกษตรฯ และโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ก่อนปิดเวที ร.อ.ธรรมนัส ยังฝากถึงประชาชนว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องออกมาใช้สิทธิ เลือกผู้แทนที่ “พูดแล้วทำ” เพื่อให้โคราชและภาคอีสานเดินหน้าอย่างมั่นคง พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะยืนอยู่ข้างเกษตรกรและคนตัวเล็กตลอดไป.