ป.ป.ช. ส่งสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนทองคำกรรมการ ป.ป.ช. คืนพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อ อ้างกฎหมาย ป.ป.ช. ไม่ให้อำนาจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ทุจริตต่อหน้าที่


วันที่ 21 มกราคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงกรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางส่งคำกล่าวโทษให้ ป.ป.ช. ดำเนินการกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. กรณีให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานรัฐ เพื่อช่วยเหลือทางคดีว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติส่งสำนวนกล่าวหาคืนพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561


เนื่องจากคดีดังกล่าวมีการกล่าวโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่มิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. มีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิดอาญา โดยอ้างว่ากรรมการ ป.ป.ช. ทุจริตต่อหน้าที่ และมีบุคคลอื่นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดในการจะให้ทรัพย์สินแก่กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งกรณีกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 บัญญัติให้สส. สว. หรือสมาชิกของ 2 สภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภามีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหากรรมการที่ทุจริตต่อหน้าที่ โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาให้เสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 แต่พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (2) ระบุว่า กรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตต่อหน้าที่ที่อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช.ต้องไต่สวนและวินิจฉัย แต่เนื่องจากคดีมีลักษณะการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกันจะต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน จึงเข้าองค์ประกอบตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 ให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ดังนั้นที่ประชุม ป.ป.ช.จึงมีมติส่งเรื่องคืนพนักงานสอบสวนไปดำเนินการต่อไป

...