เปิดประวัติ “ภูมิธรรม เวชยชัย” แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย รอดปมถูกร้องใช้อำนาจเข้าแทรกแซงและครอบงำกระบวนการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยแล้วความเป็นรัฐมนตรีไม่สิ้นสุดลง เพราะมีอำนาจ


วันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) จากกรณี สว. ทั้ง 92 คน ที่ถูกมองว่าเป็น สว. สีน้ำเงิน ได้ยื่นคำร้องผ่านนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในข้อกล่าวหา ใช้อำนาจแทรกแซงหรือครอบงำกระบวนการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเครื่องมือก้าวก่ายอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนหลักจริยธรรมร้ายแรง ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม


ประวัติ “ภูมิธรรม เวชยชัย”


นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เกิด 5 ธันวาคม พ.ศ. 2496 มีชื่อเล่นว่า “อ้วน” มีชื่อเดิมว่า “ธวัชชัย” สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนทวีธาภิเศก ปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2518 และปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2527 และได้ผ่านการศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ในปี พ.ศ. 2547


นายภูมิธรรม เคยเป็นรองผู้อำนวยการโครงการอาสาสมัคร สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ต่อมาได้หันเหมาทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ประจำสำนักประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือชินวัตร ในระหว่างปี พ.ศ. 2540-2541

...


ปี 2544 เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (ประจำ รศ.ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) เป็นคนเดือนตุลา


นอกจากนี้ยังเป็นข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์) อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กรรมการในคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ตามคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 14/2560 เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และอดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย


ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 จากนั้นในปี พ.ศ. 2555 ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เลขาธิการพรรค ในการประชุมพรรคฯ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 21

ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 4 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีจำนวน สส. มากกว่าจำนวน สส. พึงมีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

ในการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 100 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ถือว่าเป็น คีย์แมนคนสำคัญ ในการเจรจาตั้งรัฐบาลเศรษฐา 1 ตัวจริงเสียงจริงของพรรคเพื่อไทย ขนาดถึงกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ยอมรับว่า เป็นการจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่ยากที่สุดในชีวิต และยังถือได้ว่าเป็นสายตรงนายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ตัวจริง

ซึ่งเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา นายภูมิธรรม ก็ยังปรากฏตัวที่สนามบินดอนเมือง ต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทยด้วย


เมื่อจัดตั้งรัฐบาล เศรษฐา 1 สำเร็จ นายภูมิธรรม ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเมื่อเข้าสู่รัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ทางด้านนายภูมิธรรม ยังได้รับความไว้วางใจ ได้นั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังจากพรรคเพื่อไทยยึดคืนจากพรรคภูมิใจไทยได้สำเร็จ จนทำให้เกิดรอยร้าวระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย


กระทั่งถูกกลุ่ม สว. สีน้ำเงิน ยื่นถอดถอนออกจากความเป็นรัฐมนตรี ปมใช้อำนาจเข้าแทรกแซงคดี ฮั้ว สว.

อัปเดตข่าว "ภูมิธรรม เวชยชัย" คลิกที่นี่