ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “ภูมิธรรม เวชยชัย - ทวี สอดส่อง” กรณีถูก สว. เข้าชื่อ ร้องปมใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว. ไม่มีพฤติการณ์ขาดคุณสมบัติ-ไม่ผิดจริยธรรมร้ายแรง


วันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงผลการพิจารณาด้วยวาจาในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัว หรือไม่ เนื่องจากผู้ถูกร้องทั้งสองขณะดำรงตำแหน่งได้ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของ กกต. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จนถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

โดยวันนี้ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา มอบหมาย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เดินทางมา ขณะที่นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ส่งทนายความเป็นตัวแทนมารับฟังคำวินิจฉัย

ล่าสุดเวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาเพื่ออ่านคำวินิจฉัย มีใจความโดยสรุปว่า ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้งสอง (นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี) มีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์อันเป็นการขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานทางจริยธรรม ตามมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 27 ประกอบข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 21 ข้อ 25 และข้อ 26 ไม่มีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และ (5)

...

อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) แต่อย่างไรก็ดี ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสอง สิ้นสุดลงไปก่อนแล้วตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และรัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 170

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำร้องของผู้ถูกร้องหลายประเด็น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ตีตกหมดทุกประเด็น โดยชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกร้องทั้งสอง มิได้ข่มขู่ หรือใช้อำนาจหน้าที่ในการแทรกแซงการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ในชั้นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ ใช้เวลาไปราว 1.30 ชั่วโมง

(อ่านคำวินิจฉัยต้นฉบับ)



อัปเดตข่าว "ภูมิธรรม เวชยชัย" คลิกที่นี่