“ยศชนัน” ลุยหาเสียง จ.พิษณุโลก ช่วยผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทยทั้ง 5 เขต ชาวบ้านมอบพวงมาลัยกล้วยตาก ลั่น พร้อมให้มากกว่าโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลจ่าย 70% ชาวบ้าน 30% ปั่นเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งระบบ


เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 20 มกราคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วย 5 ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย หาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวพิษณุโลกเดินทางเข้ามาร่วมฟังปราศรัยจำนวนมากจนล้นออกไปด้านนอกลานปราศรัย ขณะที่บางคนก็นำพวงมาลัยกล้วยตากมาคล้องให้ด้วย ก่อนขึ้นเวทีที่ลานท่าข้าว อ.เมือง จ.พิษณุโลก 

นายยศชนัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ดีใจที่ได้พวงมาลัยกล้วยตาก บอกเลยพรุ่งนี้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่นอน ของดีพิษณุโลกต้องไปไกลระดับโลก จะขอทั้ง 5 เขตเลยได้หรือไม่ แต่ไม่ถามแล้ว คำตอบอยู่ตรงนี้ เพราะพิษณุโลกแดงทั้งแผ่นดิน ดีใจได้มาหาชาวพิษณุโลก เหลือแค่อีก 2 สัปดาห์จะถึงวันเลือกตั้ง (8 กุมภาพันธ์ 2569) คือวันเดิมพันของความหวัง ความฝันประชาชน พรรคเพื่อไทยพร้อมเปลี่ยนความฝันและความหวังพี่น้องพิษณุโลกให้เป็นความจริง

...


ทั้งนี้ มีหนึ่งนโยบายที่หลายคนบอกน่าจะใช้ได้ คือโครงการคนละครึ่ง แต่เมื่อเจอคนที่ตลาด บางคนบอกครึ่งหนึ่งยังไม่มีเงิน ดังนั้นขอกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยรัฐบาลจ่าย 70% ประชาชนจ่าย 30% สูตรแก้จนพรรคเพื่อไทย นอกจากประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจหมุนเวียน พ่อค้าแม่ค้าขายของได้เต็มที่ ผู้ผลิตขายของได้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ใช้อย่างเดียว แต่มุ่งหาเงินให้ประชาชน พร้อมส่งเสริมพิษณุโลกเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ลูกหลานพิษณุโลกไม่ต้องไปเรียนที่อื่น เรียนที่พิษณุโลกได้เลย

พร้อมประกาศนโยบายทำสงครามกับความยากจนทุกรูปแบบ ทำให้คนไทยพ้นเส้นความยากจน ด้วยการเติมรายได้ให้ครบ 3,000 บาท/เดือน ปัจจุบันมีคนไทย 3.4 ล้านคน มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือมีรายได้ไม่ถึง 100 บาท/วัน จึงขอสานต่อสิ่งที่พรรคไทยรักไทย ทำมา นั่นคือทำสงครามกับความยากจนทุกรูปแบบ พรรคเพื่อไทยขอประกาศว่า หากได้เข้าไปเป็นรัฐบาล คนไทยต้องไร้จน ถ้าใครมีรายได้ต่ำกว่าเส้นยากจน ก็จะเติมเงินให้เต็ม 3,000 บาท/เดือน เพื่อพยุงครอบครัวและทุกคน ไม่ต้องให้ลูกหลานเป็นห่วง พรรคเพื่อไทยจะทำให้คนไทยไร้จน พาคนไทยพ้นเส้นความยากจนไปด้วยกัน เติมรายได้ให้ครบ 3,000 บาท

ทั้งนี้ การทำสงครามกับความยากจน เป็นหนึ่งในนโยบายที่ทำให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยได้รับคะแนนนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ชนชั้นกลางระดับล่าง จนได้รับสมญา “ผู้นำขวัญใจชาวรากหญ้า” มาแล้ว

ต่อมาพรรคเพื่อไทยได้ขยายรายละเอียดของนโยบาย “คนไทยไร้จน” ผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของพรรค ว่า หลักการของนโยบายนี้คือเติมเงินให้ถึงเส้นความยากจน หากรายได้ต่ำกว่า 36,000 บาท/ปี รัฐจะเติมส่วนที่ขาดให้รายได้รวมถึง 36,000 บาททันที ขาดเท่าไหร่ เติมให้เท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากรายได้ 0 บาท รัฐจะเติมเงินให้ 36,000 บาท/ปี หากรายได้ 20,000 บาท รัฐจะเติมเงินให้ 16,000 บาท หากรายได้ 36,000 บาทก็จะไม่ได้รับการเติมเงิน โดยมีหลักเกณฑ์คือ ผู้ขอรับสิทธิต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ยื่นแบบฟอร์มรายได้ จากนั้นรัฐจะเติมเงินให้ถึงรายได้ขั้นต่ำ เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ขั้นต่ำ 3,000 บาท/เดือน คาดว่ากลุ่มที่เข้าเกณฑ์จริงมีราว 3.4 ล้านคน และใช้งบประมาณเพื่อนำไปเติมรายได้ 60,000-70,000 ล้านบาท/ปี