เลือกตั้ง 2569 : “ยศชนัน” นำทีมพรรคเพื่อไทยเดินตลาดท่าน้ำนนทบุรี ช่วย 8 ผู้สมัคร สส. อ้อนเลือกทั้ง 8 เขต ขอเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนลุยหาเสียงต่อเนื่องช่วยผู้สมัคร สส.ปทุมธานี


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ขึ้นรถแห่หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.นนทบุรีทั้ง 8 เขตหาเสียง ประกอบด้วย

นายวิรัตน์ เกียรติสันติกุล ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 1

นายภาณุพงศ์ ทรงวัชราภรณ์ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 2

น.ส.ดาราวรรณ อัจฉริยะประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 3

นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ผู้สมัคร สส. นนทบุรี เขต 4

นายวัชยธนันท์ อัศวนิโครธร ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 5

นายประถมการ อ่วมอ่อง ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 6

นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 7

นายจำลอง ขำสา ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 8

...


โดยทันทีที่มาถึง นายยศชนัน ลงจากรถแห่เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดท่าน้ำนนทบุรี ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ประชาชนขอถ่ายรูปและมอบดอกไม้ให้นายยศชนัน และคณะ อีกทั้งมีแฟนคลับขอให้นายยศชนันเซ็นชื่อบนเสื้อพรรคเพื่อไทยที่ใส่มา ช่วงหนึ่งมีพ่อค้าร้านขายรองเท้ามายืนรอ บอกว่า รู้ว่าจะมาเลยใส่เสื้อพรรคมารอ ก่อนจะดึงเข้าไปในร้านและโชว์ภาพที่เคยถ่ายร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ช่วงหนึ่งแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวปลาได้นำสายสิญจน์หลวงปู่ศิลา ที่ผูกอยู่กับข้อมือตัวเองถอดออกแล้วนำไปผูกให้กับนายยศชนัน พร้อมท่องคาถาอวยพรให้นายยศชนัน เป็นนายกรัฐมนตรี

จากนั้นเวลา 17.00 น. นายยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัยที่ท่าน้ำนนท์ โดยมีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเวที โดยนายยศชนัน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 8 เขต และเลือกนายยศชนัน เลือดเนื้อเชื้อไขที่เคยเรียนที่นนทบุรี ชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี ไปเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตนจะเปลี่ยนความฝันความหวังด้วยสองมือของเรา อย่างแรกที่เราจำเป็นต้องทำ คือการเติมรายได้ให้คนที่มีรายได้ไม่ถึงขีดความยากจนให้เขามีรายได้ถึงเดือนละ 3,000 บาท ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ เพื่อให้ประชาชนมีเงินเหลือนนทบุรีต้องร่ำรวยขึ้น



และวันที่ 23 มกราคมนี้ พรรคเพื่อไทยจะประกาศนโยบายแก้ปัญหาจัดการน้ำทั้งระบบ และเราจะเดินหน้ากระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นต่อ เพิ่มงบประมาณให้ท้องถิ่น สำหรับปัญหายาเสพติดภายใน 3 เดือนเราจะเอาคนติดยาออกไปบำบัด ไม่เกิน 6 เดือนทลายรังยาเสพติดทั้งระบบ ไม่ว่าอยู่ประเทศไหนเราจะตามไปทลายที่นั่นโดยต้องใช้การทูตเป็นตัวนำ สำหรับปัญหาสแกมเมอร์ต้องหมดไป ถ้ามียศชนัน ต้องไม่มีสแกมเมอร์ สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถทำได้ถ้าไม่มี สส.ทั้ง 8 คนที่นนทบุรีเข้าไปช่วยตนในสภาฯ

ต่อมาเวลา 18.30 น. นายยศชนัน เดินทางต่อไปยังลานกินซ่า โลตัสรังสิต เพื่อปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ทั้ง 8 เขตหาเสียง โดยมีประชาชนรอรับฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่ ประกอบด้วย

นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 1

นายศุภชัย นพขำ ผู้สมัคร สส.จังหวัดปทุมธานี เขต 2

นายภัทรพล ฐิติภวัตสกุล ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 3

นายสุทิน นพขำ ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 4

นายภานุวัฒน์ ณ ระนอง ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 5

นายอธิวัฒน์ สอนเนย ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 6

นายบุญเริ่ม อรชุน ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 7

นายยงยุทธ มั่นบุปผชาติ ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 8


“ภูมิพัฒน์” ชู 4 นโยบายหลักยกระดับชีวิต ขอโอกาสให้กลับมาดูแลคนดอนเมือง

ทางด้าน นายภูมิพัฒน์ โหสกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนต้องการผลักดันนโยบาย 4 เรื่องหลัก เพื่อช่วยยกระดับชีวิตของคนดอนเมือง นโยบายแรก ต้องการแก้ไขปัญหารถติดบริเวณถนนสรงประภาเชื่อมต่อถนนวิภาวดี เนื่องจากต้องกลับรถหลายครั้ง ทำให้เสียเวลาในการเดินทาง ดังนั้นต้องมีทางเชื่อมของสองถนนสายหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน

นโยบายที่ 2 ตนต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจของคนดอนเมือง เนื่องจากเรามีศักยภาพเพราะมีสนามบินดอนเมืองอยู่ในพื้นที่ เราต้องตรึงให้นักท่องเที่ยวใช้ช่วงเวลาระหว่างการเดินทาง พักอยู่ในพื้นที่ดอนเมืองให้นานที่สุด โดยจะผลักดันศูนย์สินค้าโอท็อปใกล้สนามดอนเมือง เพื่อให้ประชาชนได้มีพื้นที่ขายของ ดูดเงินในกระเป๋านักท่องเที่ยว สามารถละลายเงินบาทของนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะเข้าสู่ดอนเมือง

นโยบายที่ 3 ตนอยากผลักดันศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในดอนเมือง โดยสร้างศูนย์ส่งเสริมศักยภาพเด็กและเยาวชน ทั้งด้านกีฬา ดนตรี และเทคโนโลยี เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงสิ่งที่ตัวเองชอบ เราต้องช่วยกันส่งเสริมและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ซึ่งจะน่าภูมิใจมากกว่าที่เขาประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง แล้วค่อยเข้าไปสนับสนุนในภายหลัง

นโยบายที่ 4 ตนต้องการช่วยเหลือพี่น้องที่ต้องใช้แรงงาน โดยจะตั้งศูนย์นัดพบแรงงานกับนายจ้าง เพื่อพัฒนาศักยภาพ หลายคนพูดว่าเทคโนโลยีและเอไอมาแย่งงานของมนุษย์ แต่ในอีกทางหนึ่งต้องมองว่าเทคโนโลยีและเอไอเข้ามาสร้างอาชีพได้มากเช่นกัน ดังนั้นเราต้องตามโลกให้ทัน เราจะพัฒนาทักษะให้คนดอนเมือง เพื่อให้มีทักษะเข้ากับเทคโนโลยีในปัจจุบัน

“ผมอยากให้คนดอนเมืองมีนโยบายของคนดอนเมืองด้วยตัวเอง เพื่อพัฒนาคนบ้านเรา ผมบอกเสมอว่าใครไม่ทำผมทำ เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครดูแลเรา อดีต สส. ที่คนดอนเมืองเขาไว้ใจชื่อ นายการุณ โหสกุล เขาบอกว่าเจอเหมือนครั้งก่อนเขาท้อ เขาไม่ไหว ผมเลยมาอาสาตรงนี้ ผมจึงบอกว่าใครไม่ทำ ผมทำ ผมจึงขอโอกาสให้กลับมาดูแลคนดอนเมือง”