“อนุทิน” หาเสียงเขตสายไหม หวังสีน้ำเงินปักธงได้ใน กทม. ซัดแรง นึกไม่ถึงคนมีการศึกษาจะเล่นเกมสกปรก หลังอดีตผู้สมัคร สส.ก้าวไกล ปล่อยเฟกนิวส์ ลั่น ไม่ใช่ภูมิใจไทย หลังเกิดกระแสซื้อเสียง 7,000


เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เขตสายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหมต้องรอด ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง หลังจากการเลือกตั้งปี 2566 ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3 โดยก่อนหน้านี้ นายอนุทิน มีกำหนดการลงพื้นที่เขตสายไหม แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุเครนถล่มที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเหตุเครนถล่มบนถนนพระราม 2 จึงได้เปลี่ยนกำหนดการมาลงพื้นที่ในวันนี้แทน

นายอนุทิน ลงพื้นที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย เขตสายไหม เพื่อพบและพูดคุยกับผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เพื่อพูดคุยและรับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงาน จากนั้นเดินทางไปที่โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา เพื่อพูดคุยกับนักเรียน ก่อนจะไปยังตลาดวัดเกาะ พบปะพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย พร้อมฝากเบอร์ 37 และเบอร์ผู้สมัครให้พิจารณา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากร่วมถ่ายภาพกับนายอนุทิน

...

ต่อมา นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่เขตสายไหม กทม. ว่า ทุกพื้นที่มีเป้าหมายที่สำคัญสำหรับพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ส่วนความคาดหวังในพื้นที่ กทm. นายอนุทิน ยืนยันว่า ใช้เวลากับพื้นที่ กทม.เยอะมาก ทุกที่ที่ได้ไปได้รับการสนับสนุนและการต้อนรับด้วยความอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนคำถามว่าครั้งนี้จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับพรรคภูมิใจไทยสามารถปักธงใน กทม. ได้หรือไม่ในหลายพื้นที่ นายอนุทิน ยืนยันว่า เราทำเต็มที่ต้องคิดว่าผู้สมัครทุกคนโดยเฉพาะนายเอกภพ ทำงานสังคมสงเคราะห์ จิตอาสา มีความเข้าใจใกล้ชิดกับประชาชนในเขตสายไหมเป็นอย่างดี ถ้าหากชนะก็ไม่เซอร์ไพรส์ ยืนยันว่าผู้สมัครทุกคนต้องมีพื้นฐานของการเป็นจิตอาสาก่อน จึงจะมาทำงานรับใช้ประชาชนด้วยประสิทธิภาพ ผู้สื่อข่าวถามต่อ แนวทางการหาเสียงแบบออร์แกนิค คิดว่าพรรคภูมิใจไทยมาถูกทางหรือไม่ นายอนุทิน ยิ้มก่อนกล่าว จะให้ตนตอบอย่างไร เพราะผลตอบรับต้องถามผู้สื่อข่าวว่า หากผลตอบรับไม่ดีผู้สื่อข่าวจะมาตามตนอย่างนี้หรือ

ซัดแรง นึกไม่ถึงคนมีการศึกษาจะเล่นเกมสกปรก ปล่อยเฟกนิวส์

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอดีตผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ว่า นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต ผู้ก่อตั้งบริษัทอิตาเลียนไทย เป็นพี่ชายของมารดานายอนุทิน ฉะนั้น นายอนุทินจึงเป็นหลานชายแท้ๆ ของ นพ.ชัยยุทธ ว่า ตนได้เขียนชี้แจงไปแล้ว แม่ตนแซ่เบ๊ แซ่เดียวกับนายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นคนกวางตุ้ง เกิดที่ตรอกสุริโยทัย แถววัดดอน ยานนาวา ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร

“เดี๋ยวนี้ไม่มีหนังสือขายหัวเราะแล้ว สมัยผมเด็กๆ มีหนังสือขายหัวเราะ เขียนอะไรโจ๊ก เขียนอะไรที่มันไม่มีข้อเท็จจริง แต่นึกไม่ถึงว่าคนระดับนี้ เป็นผู้ที่มีการศึกษา จะเล่นเกมสกปรกแบบนี้เท่านั้นเอง”

เมื่อถามต่อไปว่าจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า พรรคเขาก็ว่ากันไป ส่วนตัวไม่ได้ถือสาอะไร แต่หากจะทำให้คนเข้าใจพรรคผิด หรือทำให้ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยรู้สึกว่าเดือดร้อนเพราะประชาชนเข้าใจผิด ทำให้อาจจะเสียความนิยม ก็มีสิทธิที่จะไปดำเนินคดี แต่ยืนยันว่าไม่ได้มาจากตนเอง ทางด้านคำถามว่ากังวลหรือไม่ช่วงโค้งสุดท้ายที่เกิดการดิสเครดิต นายอนุทิน อุทานว่าโอ้โห ก่อนจะบอกว่า “ถ้ามัวแต่กังวล ก็คงอยู่บ้านดีกว่ามั้ง”

ยันสัมพันธ์ “บิ๊กแจ๊ด” ยังแนบแน่น แม้เปิดตัวหนุนกล้าธรรม

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณี พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ บิ๊กแจ๊ด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.) เปิดใจสนับสนุนพรรคกล้าธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาช่วยงานพรรคภูมิใจไทย ว่า “ท่านก็ยังบอกว่ารักผมอยู่นิ ต้องถามให้จบ” ก่อนจะเผยต่อไปว่า แนวทางในการทำงานทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตนกับ พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ยังแนบแน่นและปรารถนาดีต่อกันตลอดเวลา ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งจริงๆ เราไม่ได้คุยกันด้วย

ส่วนการเมืองในจังหวัดปทุมธานีจะเป็นอย่างไรนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “In The Name of the Game” การทำงานทางการเมืองเราต้องทำสุดความสามารถให้ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน แต่อย่าไปทำร้ายนอกเกมกัน และอย่าไปเขียนข่าวหลอกลวงประชาชน เขียนข่าวด้อยค่าพรรคอื่นๆ ซึ่งควรทำตามพรรคภูมิใจไทย ที่ทำแต่งาน ไม่เคยคิดถึงคนอื่นจะเป็นอย่างไร ให้ประชาชนได้เห็นหน้างานในส่วนของเราเป็นอย่างไร จะทำงานให้ได้และทำให้เกิดประโยชน์ได้หรือไม่ จะไม่ไปด้อยค่าหรือวิพากษ์วิจารณ์เสียๆ หายๆ กับคนอื่น

ลั่น ไม่ใช่ภูมิใจไทย หลังถูกถามปมกระแสซื้อเสียงสูงลิ่ว 7,000 บาท

ต่อมาเวลา 16.45 น. ที่โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา นายอนุทิน กล่าวถึงกระแสข่าวการใช้เงินซื้อเสียงเลือกตั้งสูงสุดใน กทม. กว่า 7,000 บาท โดยยืนยันหนักแน่นว่าไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย เมื่อถามต่อไป พอจะมีข้อมูลหรือไม่ว่าเป็นพรรคการเมืองไหน นายอนุทินระบุว่า ภูมิใจไทยไม่ทำเรื่องแบบนี้ และไม่เคยสนใจพรรคอื่น ผู้สื่อข่าวถามย้ำ ยืนยันใช่หรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยออร์แกนิคแบบนี้ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ใช่คำว่าออร์แกนิคแบบนี้ เพราะในพรรคภูมิใจไทยก็แปลกๆ แบบนี้ มีวัฒนธรรมการปฏิบัติการอยู่ร่วมกันแบบนี้.