แกนนำภูมิใจไทยกระจายหาเสียง “อนุทิน” อ้อนชุมพรขอโอกาส ไม่ทำให้ผิดหวัง “พิพัฒน์” ลงสงขลา ดันเศรษฐกิจพื้นที่ “ซาบีดา” ไปพัทลุง บอกแบ่งคะแนนให้ใครไม่ได้จริงๆ “เอกนัฏ-ธนกร” ลุย กทม.-สมุทรปราการ
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 18 มกราคม 2569 ที่ตลาดเขาปีบ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จุดที่ 2 ช่วยนายสุพล จุลใส ผู้สมัครจังหวัดชุมพร เขต 3 หาเสียง มีประชาชนเข้ามาห้อมล้อมขอถ่ายรูป โดย นายอนุทิน ปราศรัยบนรถตอนหนึ่งว่า วันนี้มาฝากเนื้อฝากตัว ชุมพรมี สส.ได้ 3 คน ขอฝากผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคน และฝากลูกหนู เบอร์ 37 ด้วย ฝากพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรให้โอกาส รับรองว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเราพูดแล้วทำ แหลงแล้วทำ ก่อนทิ้งท้ายว่า “เลือกอนุทิน คนติดดิน รับใช้ชาวชุมพร”
จากนั้นนายอนุทิน ลงพื้นที่จุดที่ 3 ที่ตลาดนัด ดอนหว้า ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร ช่วยนายวิชัย สุดสวาสดิ์ ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต 1 หาเสียง ทันทีที่ลงจากรถได้เดินเข้าไปหาคุณยายอารมณ์ ก่อนจะคุกเข่าให้คุณยายสวมผ้าขาวม้าให้ โดยคุณยายอวยพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนานๆ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสถาบันและแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายอนุทิน น้อมรับก่อนถ่ายภาพร่วมกัน แล้วจึงเดินทักทายประชาชน ก่อนขึ้นปราศรัยว่า นอกจากเลือก สส.เขตแล้ว ต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยด้วย มิเช่นนั้นตนเองจะไม่ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี
“สิ่งแรกที่จะเข้าไปแล้วทำคือโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ประชาชนไม่ต้องกลัว เพราะหากไม่ทำเดี๋ยวตาย ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องอดตาย แต่ตนจะตายก่อน ถูกประชาชนกระทืบแบนแน่นอน”
ก่อนที่เดินทางต่อมาที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร เพื่อมาพบปะพี่น้องประชาชน จุดนี้มีคนมารอขอถ่ายรูป มีกองเชียร์ส่งเสียงสนับสนุนตลอดทาง รวมถึงมีแฟนคลับเข้ามามอบเหรียญพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ให้ ก่อนจะอวยพรให้โชคดี และยังมีคุณยายวัย 95 ปี บอกว่า “ขอให้นายกฯ โชคดี” ทำให้นายอนุทิน ถึงขั้นลงไปกราบที่ตัก
...
สนามสงขลาคึกคัก “พิพัฒน์” ชูนโยบายถนน–วงแหวน ดันเศรษฐกิจพื้นที่
ทางด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.สงขลา เมื่อเวลา 13.30 น. ท่ามกลางประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก ณ โรงเรียนบ้านม่วง เขตเลือกตั้งที่ 6 ครอบคลุม อ.สะเดา และ อ.คลองหอยโข่ง โดยมีผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยร่วมเวที ได้แก่ นายอนุกูล ปรึกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 6 และ นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. เขต 1
นายพิพัฒน์ ปราศรัยว่า พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการถนนและถนนวงแหวนหาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา พร้อมย้ำว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจที่เข้าถึงประชาชน เช่น คนละครึ่งพลัส ยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้กลับมาอีกครั้ง สะท้อนจากเสียงตอบรับบนเวทีปราศรัย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อประชาชนพร้อมใจกันส่งเสียงเรียกร้องให้นายอนุทิน เดินทางมาพบปะประชาชนในพื้นที่ พร้อมเชิญชวนให้เดินตลาดในเขตเลือกตั้งที่ 6 ด้วยตนเอง
ขณะเดียวกัน นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงเหตุผลในการสนับสนุน นายอนุกูล ว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีพื้นฐานจากภาคธุรกิจ ซึ่งแตกต่างจากนักการเมืองแบบเดิม เพราะนักธุรกิจเข้าใจการบริหารงบประมาณ รู้ว่าทำอย่างไรให้เกิดผลลัพธ์จริงและไม่ขาดทุน เมื่อนำแนวคิดนี้มาใช้ในสภาฯ จะสามารถตั้งกระทู้ ซักถาม และผลักดันงบประมาณจากกระทรวงต่าง ๆ มาพัฒนาพื้นที่ อ.สะเดา และ อ.คลองหอยโข่ง ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“หน้าที่ของ สส. ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องรู้ว่าจะพูดอย่างไรให้กระทรวงหันมามองพื้นที่เรา และนำงบประมาณมาพัฒนาปากท้องของพี่น้องประชาชนได้จริง”
อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายพิพัฒน์ เน้นย้ำว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคของการทำงานทางการเมือง สิ่งสำคัญคือหัวใจและความตั้งใจ พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ตัดสินใจเลือกผู้แทนที่พร้อมทำงานจริงในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เลือกพรรคภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เพื่อพัฒนาตำบล อำเภอ และจังหวัด ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
“ซาบีดา” ช่วย 3 ผู้สมัครพัทลุง ชี้ นาทีนี้ภูมิใจไทยคือคำตอบ
ขณะที่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ จ.พัทลุง ช่วยผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยหาเสียง ประกอบด้วย นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี (ผู้การจุน) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 1 นายวรท เทอดวีระพงศ์ (ปลัดเม่น) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 2 และนายเขมพล อุ้ยตยะกุล (มุนินทร์) ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 3
โดยตั้งแต่ช่วงเช้า นางสาวซาบีดา เดินตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุง และพบปะผู้นำศาสนาที่มัสยิดตัวเมืองพัทลุง จากนั้นช่วงสายต่อไปที่ตลาดใต้โหนด อ.ควนขนุน ส่วนช่วงบ่ายไปที่เทศบาลควนเสาธง อ.ตะโหมด ก่อนจะปิดท้ายที่ตลาดเย็นแม่ขรี นางสาวซาบีดา ขอคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคทุกเขต และย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายมุสลิม ขับเคลื่อนเรื่องกิจการฮัจญ์ที่ราคาสูงเข้าไม่ถึง ผลักดันจนทำให้วันนี้ราคาถูกลง ตั้งแต่พรรคภูมิใจไทยเข้าไปทำงานในกระทรวงมหาดไทย ใช้เวลาเกือบ 3 ปี สามารถลดราคาให้ผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้เกือบ 300 ล้านบาท และยังผลักดันให้มีการขึ้นเงินค่าตอบแทนครูโรงเรียนตาดีกาอีกด้วย
นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า นายพิพัฒน์ ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ก็ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด วันนี้พัทลุงกำลังจะไปได้ด้วยดี ขอให้ประชาชนใช้การเมืองให้เป็น เลือกคนให้เป็น อย่าเลือกเขตเดียว ต้องเลือกทั้งจังหวัดไปเป็นองคาพยพ ให้เห็นศักดิ์ศรีชาวพัทลุงว่าไปเป็นกลุ่มเป็นก้อน สิ่งสำคัญอยากให้พี่น้องใช้การเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาวพัทลุง
พร้อมกล่าวถึงนโยบายพรรคภูมิใจไทย ว่า ทุกท่านให้การตอบรับโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นอย่างดี และสอบถามว่าจะกลับมาอีกหรือไม่ ยืนยันว่ากลับมาแน่นอนหากเลือกภูมิใจไทย ส่วนเรื่องนโยบายพรรคอื่นๆ ครอบคลุมทั้งเรื่องการศึกษาทั้งระบบทุกเพศทุกวัย เข้าไปพัฒนาทักษะสร้างงาน สร้างรายได้สร้างอาชีพ รวมถึงให้ความสำคัญเรื่องปัญหายาเสพติด ที่มีศูนย์บำบัดยาเสพติด และสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สร้างศักดิ์ศรีทำให้ไทยเป็นไทยในเวทีโลก ไม่มีใครสามารถลบหลู่ดูหมิ่นหรือเข้ามาแย่งอธิปไตยของเราได้ ถือเป็นภารกิจหลักของพรรคภูมิใจไทยที่จะต้องดูแลทั้งเรื่องความมั่นคง สังคม เศรษฐกิจปากท้อง วางมาตรการรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบมากที่สุด
“ขอฝากว่า กาอย่างเดียวไม่พอ ต้องบอกต่อด้วย วันที่ 8 กุมภาพันธ์ขอกาเน้นๆ เลือกภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ ระบบเขตและเบอร์พรรค ทำไมวันนี้ถึงต้องเป็นพรรคภูมิใจไทย ทุกท่านเห็นแล้วว่าพรรคที่มีแนวโน้มเติบโตมากที่สุด และได้รับกระแสความนิยมสูงสุดตอนนี้น่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคกำลังเติบโตแต่มีทิศทางที่ดี มีขนาดใหญ่ขึ้น มีจิ๊กซอว์ที่จะเติมเต็ม เป็นส่วนผสมที่ลงตัว มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทำงานร่วมกัน ดังนั้น ภูมิใจไทยเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับพี่น้องประชาชน ใครมาขอแบ่งคะแนน ขอโทษนะคะไม่ได้จริงๆ นาทีนี้ต้องภูมิใจไทยเท่านั้นที่จะทำให้พี่น้องประชาชนภูมิใจ”
“เอกนัฏ” อ้อนชาวดินแดง-พญาไท เทใจให้ “ครูพรีมมี่” เข้าสภาฯ
ส่วนในพื้นที่ กทม. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยตลาดใต้ทางด่วนหน้าวัดมะกอก เพื่อหาเสียงให้กับ นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.เขตดินแดง-พญาไท โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เข้าฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น
นายเอกนัฏ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้กลับมาใหม่ นายอนุทิน ประกาศปกป้องชีวิตพี่น้องทหาร สร้างกำแพงตามแนวชายแดน เพื่อปกป้องไม่ให้มีอาวุธสงครามตกมาใส่คนไทย เป็นกำแพงกั้นสินค้าเถื่อน ยาเสพติด สำหรับนายอนุทิน แม้จะมีบุคลิกนอบน้อม เข้ากับคนง่าย แต่แก้ปัญหาไทย-กัมพูชาอย่างเด็ดขาด จนสามารถสถาปนาความมั่นคง จัดระเบียบตามแนวชายแดนได้ 17 จุดเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งยังมีทีมงานคุณภาพ อย่าง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ที่ทำผลงานในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา จนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งเรื่องค้าขายทำข้าวขึ้นราคา เรื่องเวทีนานาชาติ เรื่องคนละครึ่งพลัส ทำจีดีพีขยับขึ้น สะท้อนภาพชัดเจนว่าภูมิใจไทยพูดแล้วทำ ทำแบบให้เห็นผลงานแล้ว ตอนนี้นายกฯ เดินตามตลาดต้องดูแลให้ดี เพราะเจ้าหนี้เยอะมาก ตามมาทวงหนี้ 2,000 บาท 2,400 บาท กับโครงการคนละครึ่งพลัส ดังนั้น คนอย่างอนุทิน ต้องกลับมาใช้หนี้ นโยบายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ทำทันที
“ทำงานไม่ถึง 3 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ ถ้ามีเวลา 4 ปี จะทำได้ขนาดไหน พรรคภูมิใจไทยไม่ขายฝัน เราพิสูจน์ฝีมือแล้วมั่นใจทำได้แน่นอน รอบนี้มากับทีมแอดเวนเจอร์ ศุภจี สีหศักดิ์ เอกนิติ และท่านอนุทิน ทำให้ผมเดินหน้าสุดซอยต่อแน่นอน เข้าใจว่ามีหลายพรรคมาประชาสัมพันธ์จะขอทำนั่นนี่ แต่เที่ยวนี้การเลือกของท่านมีผลกับประเทศไทย เรายอมให้ไทยอยู่แบบเสี่ยงๆ แบบนี้ได้หรือ เสี่ยงโดยไม่รู้ว่าจะมีรัฐบาลสนับสนุนกองทัพหรือไม่ จะยอมให้ประชานิยมมาทุบกระปุก จะเสี่ยงแบบนี้ต่อไปหรือไม่ ถ้าเสี่ยงไม่ได้ ก็ไม่ยาก เลือกคนที่ไม่เสี่ยง คือคนที่ทำมาแล้วสำเร็จ ตามที่พูด ไม่ต้องเสี่ยงแล้ว 8 กุมภาพันธ์ เอาชัวร์อย่าให้ใครหลอก เลือกภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ”
จากนั้น นายนรเสฏฐ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มองเห็นปัญหาของประชาชน ที่ตนอยากเข้าไปช่วยแก้ไข ไปเป็นปากเป็นเสียงในสภาฯ อยากช่วยพัฒนาทั้งเรื่องคุณภาพชีวิต ยกระดับรายได้ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน ผลักดันเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ สานต่อคนละครึ่งพลัส และเรื่องสำคัญที่ตนอยากเห็นมากที่สุดคือ คนดินแดง-พญาไท ต้องมีโรงพยาบาลรัฐที่มีมาตรฐานในพื้นที่ ตนพร้อมจะเป็นกระบอกเสียงส่งไปให้ถึงในระดับนโยบาย ขณะนี้ลงพื้นที่อย่างมั่นใจ ประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเพราะเห็นผลงานของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตอกย้ำเรื่องการพูดแล้วทำ และนโยบายต่างๆ ที่หาเสียงครั้งนี้ ก็เป็นนโยบายที่ทำได้จริงๆ โดยยังคงใช้ยุทธศาสตร์เคาะประตูบ้านให้ชาวบ้านได้เห็นหน้าตา หวังว่าประชาชนจะเปิดใจให้โอกาสตนสักครั้ง ตนจะทำงานเต็มที่แน่นอน ขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนเลือกครูพรีมมี่เข้าไปทำงาน
โดยหลังจากปราศรัยแล้วเสร็จ นายเอกนัฏและนายนรเสฏฐ์ เดินพบปะทักทายประชาชนที่มาฟังการปราศรัย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักประชาชนขอถ่ายรูป
“ธนกร” อ้อนคนสมุทรปราการ หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ อีกสมัย
ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งตลอดเส้นทางที่เดินหาเสียงได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยอย่างมาก โดยขอถ่ายรูป และเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสต่อ
นายธนกร ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้แทบจะทุกพรรคการเมืองยอมรับแล้วว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง แม้แต่พรรคสีแดงที่เคยโจมตีว่าโครงการคนละครึ่งเป็นแค่กู้มาแจก ไม่ได้แก้ปัญหาจริง ทำไมไม่แจกเป็นเงินสด วันนี้ก็ยังเอาไปหาเสียงแถมยังอ้างว่าจะเพิ่มเงินเป็น 70:30 อีกด้วย ส่วนพรรคสีส้มที่เคยด่าเช้าด่าเย็น วันนี้ก็ยังต้องกลืนน้ำลายตัวเอง แถมดัดแปลงให้คนที่ซื้อคนละครึ่งพลัสในร้าน SME ที่ร่วมรายการยังจะได้หวยใบเสร็จ 1 ใบอีกต่างหาก ทั้งนี้ นายอนุทิน ระบุชัดเจนว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โครงการคนละครึ่งพลัสจะขยายให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม จะให้พ่อแม่พี่น้องไปขึ้นทะเบียนได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้คนขายของจะได้ขายได้มากขึ้น จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น
พรรคภูมิใจไทยยังมีนโยบายในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาให้ได้ 40 ล้านคน ด้วยมาตรฐานระดับสากล ทั้งในด้านการบริการและความปลอดภัย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยว ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตและเข้มแข็งได้ในระยะยาว
นายธนกร กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ยืนยันว่าเราเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ สิ่งไหนที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราทำแน่นอน ไม่เหมือนบางพรรคที่ประกาศอยู่ทุกวี่วันว่ามีเราไม่มีเทา แต่วันนี้เท่าที่ได้ยินข่าวตำรวจเขาจับไปแล้วผู้สมัครสีเทา กลายเป็นว่าถูกสโลแกนที่ตัวเองประกาศย้อนกลับมาทำร้ายพรรคตัวเอง ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่หาเสียงในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา กระแสเลือกนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีมาแรงมาก ไปที่ไหนพ่อค้าแม่ค้าต่างออกมาส่งเสียงเชียร์ ให้การต้อนรับพรรคภูมิใจไทยอย่างอบอุ่น เป็นผลจากความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่มีต่อผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยเปลี่ยนกระแสเหล่านี้ให้เป็นคะแนนเสียงให้กับพรรคภูมิใจไทยอย่างถล่มทลาย เพื่อให้นายอนุทินได้เข้าไปบริหารประเทศอย่างเต็มที่อีกครั้งด้วย
“เลือกตั้งรอบนี้ พี่น้องชาวสมุทรปราการต้องเลือกด้วยยุทธศาสตร์นะครับ กาเลือกนายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัคร สส.เขตของพรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังต้องกาเลือกบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทยหมายเลข 37 เท่านั้นด้วย เพราะรอบนี้จะแบ่งใจไปให้ใครไม่ได้แล้วครับ ถ้าอยากให้นโยบายดีๆ ของพรรคภูมิใจไทยที่คิดมาเพื่อประชาชนเกิดขึ้น นายกฯ ต้องชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล เท่านั้น”