“จุรินทร์” ช่วยหลานชาย “ก๊อด ภาณุพงศ์” หาเสียง มั่นใจเลือกตั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ทวงคืนพื้นที่ กทม. ได้ ขอเสียงคนกรุงเลือกทั้งคน-ทั้งพรรค “สาทิตย์” บี้ ปชน. พูดให้ชัด ปมแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1-2
วันที่ 18 มกราคม 2569 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตหัวหน้าพรรค ร่วมกับนายราเมศ รัตนเชวง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ร่วมลงพื้นที่เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ หรือ ก๊อด ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 13 ที่ตลาดโพธิ์สุวรรณ นวลจันทร์ 56 โดยเดินเท้าแจกเอกสารแนะนำตัวให้กับพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายที่ตลาด ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น ทั้งทักทายขอถ่ายรูป ขอจับมือ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ บางคนนำขนมและน้ำมามอบให้ จากนั้นขึ้นรถแห่ไปตามถนนนวลจันทร์ - มัสยิดมิฟตาฮุ้ลยีนาน - หมู่บ้านสวนทอง สิ้นสุดที่วัดนวลจันทร์
นายจุรินทร์ กล่าวว่า การเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีที่นั่งใน กทม. ติดต่อกัน 2 ครั้งแล้ว แต่คราวนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะสามารถปักธงในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ ดูจากเสียงตอบรับที่ดีขึ้นจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ และผลการสำรวจ รวมทั้งผลการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ จึงขอให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ให้โอกาสพรรค มาร่วมกันสร้างการเมืองสุจริตกับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการเลือกผู้สมัครของพรรคทั้ง 33 เขตใน กทม. รวมทั้งบัญชีรายชื่อพรรคเบอร์ 27 ให้มากที่สุด เพราะการเมืองสุจริตจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ประเทศ ไม่ว่าการเมืองเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงดีขึ้นได้และส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครรวมทั้งคนไทยทุกคนในที่สุด
...
“สำหรับ นายภาณุพงศ์ หรือ ก๊อด ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ เขตลาดพร้าว 13 ลาดพร้าว-บึงกุ่ม เป็นหลานชายตน เพราะเป็นลูกของน้องสาว จบ ป.ตรี กฎหมายจากรามคำแหง และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จากธรรมศาสตร์ จบ ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นคณะทำงานของตนตอนเป็น รมว.พาณิชย์ จากนั้นมาเป็นผู้ช่วย สส.ของนายชวน หลีกภัย และเป็นคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มาหลายปี มีประสบการณ์พอสมควรที่จะรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครได้ ขอพี่น้องเขตลาดพร้าว 13 ลาดพร้าว-บึงกุ่ม พิจารณาเลือกไปทำงานด้วย จึงขอฝากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสองใบ ทั้งใบผู้สมัคร สส.เขตของพรรคในพื้นที่ กทม. ทุกคนทุกเขต กับใบผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ เบอร์ 27 ไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง”
“สาทิตย์” บี้พรรคประชาชนพูดให้ชัด อย่าใช้ ม.255 กั๊ก ปมแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1-2
ขณะที่วันเดียวกันนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการลงประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พบว่าชาวบ้านยังมีความสับสนและมีความกังวลกันมาก โดยมีสาเหตุมาจากคำถามที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยตั้งคำถามที่ไม่ชัดเจนและทำให้ตีความได้หลายทาง โดยเฉพาะในเรื่องที่พี่น้องประชาชนเกรงว่าจะมีการแก้ไขในหมวด 1 หมวด 2 จากการดีเบตเมื่อคืนที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคประชาชนก็ไม่ได้ยกมือ
เมื่อถูกถามว่าพรรคไหนไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 และยังมีการอ้างว่ารัฐธรรมนูญ มีมาตรา 255 ล็อกไว้แล้ว ถือเป็นการพูดกำกวมให้เสมือนว่าเมื่อมีมาตรา 255 ล็อกไว้แล้ว จะแก้หมวด 1 หมวด 2 ไม่ได้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมาก เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 แม้จะมีการเขียนบังคับไว้ว่า จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐมิได้ก็จริง แต่ในกระบวนการทำประชามติจะมีการเพิ่มหมวดใหม่ ที่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้นจึงมิใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในความหมายของมาตรา 255
นายสาทิตย์ ระบุทิ้งท้ายว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ในการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 อาจกระทบกับสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ โดยไม่ขัดกับมาตรา 255 ซึ่งในการแก้ไข มาตรา 256 ครั้งล่าสุด ก่อนยุบสภาฯ ก็ยังมีเงื่อนไขกำกับว่าไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมโดยเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการที่มี สส.ของพรรคประชาชนเป็นประธานด้วย และได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกด้วย ดังนั้น การยอมให้มีการแก้หมวด 1 หมวด 2 ของหัวหน้าพรรคประชาชน โดยอ้างว่ามีมาตรา 255 ล็อกไว้แล้วนั้นจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และจะทำให้มีผู้ลังเลที่จะให้ความเห็นชอบในการลงประชามติเพิ่มขึ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้พรรคประชาชนได้ทบทวนท่าทีดังกล่าวเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในการลงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้”