“อนุทิน” มั่นใจประชาชนอยากให้ทำงานรับใช้ ลั่นชัดเจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว “สีหศักดิ์ - ศุภจี - เอกนิติ” คนพรรคน้ำเงิน ย้อนพรรคส้ม ย้อนฟังคำพูด“ปลัดตุ๋ม” พร้อมลาออก หากพัวพันสีเทา
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 18 ม.ค. 2569 นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่เป็นอย่างไรว่า การลงพื้นที่อบอุ่นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ต้องขอบคุณประชาชน รู้สึกได้ว่าเขามั่นใจที่จะให้พรรคภูมิใจไทยทำงานรับใช้ในการบริหารบ้านเมือง สำหรับพื้นที่ กทม. เราคาดหวัง ไม่ใช่เฉพาะ กทม. แต่หวังทุกพื้นที่ให้เลือกทั้งแบบ สส.เขตและ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งการลงพื้นที่แบบนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่ถือว่ามาฟังเสียงประชาชนว่าเขาต้องการอะไร ยังขาดอะไรที่ไม่ได้ทำ และที่ทำไปแล้วจะต่อยอดอย่างไร โดยสิ่งที่เราจะโน้มน้าวให้คนเลือกพรรคภูมิใจไทยอย่างไรนั้น เราโน้มน้าวไม่ได้ แต่ต้องทำงานให้เขาเห็นและใช้วิจารณญาณในการมอบโอกาสให้พรรคภูมิใจไทย เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งอาจมีการสาดโคลนกันเพิ่มขึ้นเตรียมรับมืออย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสาดโคลนด้วยการใช้วาทกรรม ก็เอาที่สบายใจไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย
ลุยตลาดวังหลังชาวบ้านแห่ถ่ายภาพ
จากนั้นเวลา 12.30 น. นายอนุทิน และคณะลงพื้นที่ ตลาดวังหลัง เพื่อช่วย น.ส.ศุภิกา พัฒน์ธนันภู ผู้สมัคร สส.เขตบางกอกน้อย หาเสียง ได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้า ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และทวงโครงการคนละครึ่งพลัส รวมถึงได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก โดยนายอนุทิน ได้แนะนำนายสีหศักดิ์ รัฐมนตรีต่างประเทศและบอกว่า เอาไปสู้กับเขมร พร้อมสอบถามแม่ค้าว่า ให้เปิดด่านหรือไม่ โดยแม่ค้าบอกว่า ไม่เปิด ช่วงหนึ่งมีแม่ค้าบอกว่า “ตอนนั้นให้ลุงตู่” นายอนุทินจึงบอกว่า “ตอนนี้ให้น้องหนู”
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดวังหลังมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยานายอนุทิน มาร่วมลงพื้นที่หาเสียงด้วย
จุดยืน ไม่แตะหมวด 1-2 ตลอดกาล
เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนในการแก้รัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับหมวด 1 หมวด 2 ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยบังอาจไปก้าวล่วงพรรคอื่น พรรคภูมิใจไทยก็มีความชัดเจน ที่จะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีขั้นตอน ถ้าเสียงประชามติของประชาชนเป็นอย่างไร เราก็ไม่ค้าน แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดำรงพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ต้องไม่มีผลกระทบ ตอนนี้มีข่าวเฟคนิวส์ในโซเชียลว่าพรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี เราพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมีแคมเปญที่อยากได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน อย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการร่างของ คสช. ก็ฟังว่ามีเหตุผลแต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดำรงอยู่ เมื่อถามว่า มีบางพรรคบอกว่า ไม่ต้องล็อก หมวด 1 หมวด 2 ไว้ ถ้าไม่ล็อกไว้จะทำให้กระทบกระเทือนต่อสถาบันหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า นี่ไงก็ไม่ได้ล็อกไว้ ก็ไม่รู้ จะมีการสอดแทรกหรือไม่ ควรจะพูดให้ชัดเจน เพราะทุกพรรคพูดชัดเจนหมดแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าตนไปแทรกแซงพรรคอื่น ขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องแตะหมวด 1 หมวด 2 และไม่แตะเรื่องพระราชอำนาจ เรื่องความมั่นคง เรื่องของสถาบัน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ สามารถพูดคุยกันได้ เรื่องนี้ ประกาศมาตั้งแต่ปี 62 ปี 66 และปี 69 และปีต่อๆไปในอนาคต จนกว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีอยู่ในสารบบการเมือง
พร้อมลาออก หากพัวพันสีเทา
นายอนุทิน ยังกล่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงาน หรือไม่ว่าจะมีการขยายผลเครือข่ายนักการเมืองเชื่อมโยงสแกมเมอร์ หลังมีการจับกุมผู้สมัคร สส. จ.ตาก พรรคประชาชน ว่า ตนบอกแล้วว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ตนไม่รู้สึกยินดียินร้ายว่าใครจะโดนจับหรือไม่โดนจับ ตนรู้สึกยินดี ที่ประชาชนได้เห็นว่าสแกมเมอร์ สิ่งที่ทำผิดกฎหมาย อาจจะอาชญากรรมข้ามชาติ เว็บพนันเถื่อนถูกจับ ซึ่งตนรู้สึกยินดี เพราะทำให้เห็นว่าหน่วยงานด้านการปราบอาชญากรรมปฏิบัติตามนโยบายของตนอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้เรียกร้องให้รับผิดชอบและจัดการคนในรัฐบาล ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ตอนนี้จะเรียกร้องไปยังผู้บริหารพรรคประชาชนให้ รับผิดชอบบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ไปดูที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พูดในเวทีดีเบตโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวทีดีเบต นายจตุพร ได้ตอบคำถามนายณัฐพงษ์ เรียงปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ถามว่าถ้าหลังจากนี้มีคนในพรรคเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา จะทำอย่างไร โดยนายจตุพร ตอบว่า “ถ้าเป็นผม หัวหน้าพรรคต้องลาออก เพราะเป็นคนที่คัดเลือกเข้ามา”
“สีหศักดิ์ - ศุภจี - เอกนิติ” คนพรรคน้ำเงิน
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีที่โพสต์ แนะ นายสุทธิชัย หยุ่น และ นายวีระ ธีรภัทร ที่วิเคราะห์ผ่านรายการหนึ่งว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ต้องแบกพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน หันไปถามนายสีหศักดิ์ ที่ยืนอยู่ด้านข้างว่า “หนักไหมครับพี่อ้วน แบกพรรคภูมิใจไทย” ก่อนที่นายสีหศักดิ์ จะตอบว่า นโยบายตรงกัน และนโยบายที่วางร่วมกัน กับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้หนักอะไร และคิดว่าสิ่งที่ทำมานั้นมาถูกทาง และได้รับการตอบรับจากประชาชน มีผลงานเป็นรูปธรรม
ย้ำจำเป็นต้องชี้แจงให้ชัด
ด้านนายอนุทิน กล่าวเสริม ว่า ที่ชี้แจงสวนไปในเฟซบุ๊ก เพราะว่ามีการให้ความเห็น ที่ไม่ใช่ความจริง มีการบอกว่า นางศุภจี นายเอกนิติ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่พรรคภูมิใจไทย นำมาเป็นนายแบก นางแบก และบอกลักษณะประมาณว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญญาทำ ซึ่งแน่นอนถ้าเราไม่มีปัญญาทำนู่นทำนี่ เราถึงต้องไปหาคนที่มีปัญญา คนที่ถูกต้อง คนที่มีความรู้ความสามารถมาทำ ส่วนนายสีหศักดิ์ ยิ่งกว่าเป็นสมาชิกพรรคเพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค ยิ่งกว่าชัดเจน ไม่รู้จะชัดยังไง ตนก็เกรงว่า หากมีการให้ข้อมูลผิดพลาดต่อประชาชน และยิ่งใกล้เลือกตั้งแล้วในฐานะหัวหน้าพรรคก็มีความจำเป็น ชี้แจงแถลงไขให้เกิดความชัดเจน