“ดุสิตโพล” เผย “เท้ง-พรรคประชาชน” ยังนำทั้ง สส.เขตและบัญชีรายชื่อ ด้าน อาจารย์สวนดุสิต ชี้ชาวบ้านคาดหวังนโยบายพรรคการเมืองช่วยแก้ปัญหาให้ประเทศ พร้อมให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “นโยบายกับพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง 69” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,586 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2569 พบว่า พรรคประชาชนถือเป็นพรรคที่มีความได้เปรียบมากที่สุดถึง 4 นโยบาย คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง ร้อยละ 38.14 ด้านการศึกษา ร้อยละ 43.93 ด้านการเกษตร ร้อยละ 35.82 และด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 39.89 ส่วนพรรค
เพื่อไทยมีความได้เปรียบ 1 นโยบาย คือ ด้านปากท้อง/ค่าครองชีพ ร้อยละ 35.63 ทั้งนี้ถ้ามีการเลือกตั้ง กลุ่มตัวอย่างจะเลือก พรรคประชาชน ร้อยละ 34.11 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 18.37 และเลือก สส.เขตสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.14 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 19.49 โดยบุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป คือ ณัฐพงษ์ (ปชน.) ร้อยละ 34.34 ยศชนัน (พท.) ร้อยละ 19.91 และอนุทิน (ภท.) ร้อยละ 16.13
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า เมื่อพิจารณาตามนโยบาย พบว่า พรรคประชาชน เป็นพรรคที่มีนโยบายโดดเด่นถึง 4 จาก 5 นโยบายหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ขณะเดียวกันพรรคประชาชนยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยต้องจับตาว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะงัดกลยุทธ์หาเสียงใดออกมาเพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงในช่วงต่อจากนี้และจะสามารถเปลี่ยนความได้เปรียบเชิงนโยบาย ให้กลายเป็นชัยชนะในวันเลือกตั้งได้อย่างไร
...
ผศ.ภาวินี รอดประเสริฐ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า สำหรับการเลือกตั้ง 69 ประชาชนคาดหวังกับแนวนโยบายของพรรคการเมืองใหม่ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนในหลากหลายมิติ ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ประชาชนพร้อมที่จะให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่ หรือพรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบที่ยังไม่มีโอกาสในการทำหน้าที่บริหารประเทศ ให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งในเรื่องของการเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร และการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เห็นได้จากผลสำรวจที่มีมากกว่า ร้อยละ 35 ส่วนในการเลือกพรรคการเมือง หรือตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็น สส. และความคาดหวังในบุคคลที่จะมาเป็น นายกรัฐมนตรี ก็มีทิศทางเดียวกับการเลือกนโยบายของพรรคการเมือง น่าสนใจตรงแนวคิดของประชาชนที่ยังต้องการของใหม่ ทั้งตัวบุคคล และพรรคการเมืองที่ยังไม่เคยทำหน้าที่บริหารประเทศให้ลองเข้ามาทำหน้าที่ หากครั้งนี้พรรคการเมืองใหม่ได้มีโอกาสทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ การเลือกตั้งสมัยหน้าคงต้องวัดกันอีกครั้ง ว่าการทำหน้าที่เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนได้จริงหรือไม่