“ซาบีดา” อ้อนคนเมืองนครศรีธรรมราช ส่ง “อวยพรศรี-ราชิต” 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ ขอพี่น้องชาวไทยมุสลิม เลือกทั้งคนและพรรค ด้าน “ไชยชนก” เปิดใจ ต้องไม่ให้การเมืองกลืนกินตัวตน ขณะที่ “เอกนัฏ” ลั่น “ภูมิใจไทย” สีน้ำเงิน ไม่ใช่สีเทา


วันที่ 17 ม.ค. 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดแยกวัดโหนด และที่มัสยิดแสงจันทร์ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยนางอวยพรศรี เชาวลิต ผู้สมัคร สส. เขต 8 หมายเลข 1 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง โดยเชิญชวนประชาชน และพ่อค้าแม่ค้า ที่ตลาดแยกวัดโหนดออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างดี พร้อมเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาปากท้องในชีวิตประจำวัน


นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้ง 9 เขต พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศชาติ

...


นางสาวซาบีดา ระบุว่า นโยบายหลักของพรรคที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ ความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ชายแดน การเสริมความเข้มแข็งของแนวรั้วชายแดน และการรักษาอธิปไตยของชาติ ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงในการดำรงชีพ ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย ยังให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษา ในฐานะรากฐานอนาคตของประเทศ โดยมุ่งเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์


นอกจากนี้ นางสาวซาบีดา ยังได้ลงพื้นที่ ช่วยนายราชิต สุดพุ่ม ผู้สมัคร สส. เขต 1 หมายเลข 5 นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย หาเสียงที่โรงเรียนอัลมูวาห์ฮิดีน และมัสยิดการาหมาด บ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน หาเสียง โดยเน้นย้ำให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ และสนับสนุนผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ทั้งเขต และพรรคเบอร์ 37 เพื่อให้ไปสานต่องานที่เคยทำไว้ พร้อมยกตัวอย่างสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเคยผลักดัน เพื่อชาวไทยเชื้อสายมุสลิม คือ ใช้เวลาเกือบ 3 ปีที่เข้ามาทำงาน ลดราคา ให้ผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ ได้เกือบ 300 ล้านบาท


“ไชยชนก” เปิดใจเส้นทางการเมือง เปลี่ยนภูมิใจไทยสู่ยุคเจนใหม่ ลั่นต้องไม่ให้การเมืองกลืนกินตัวตน


ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดใจถึงการเข้ามาทำงานการเมืองในพรรคภูมิใจไทยว่า ได้คลุกคลีกับการยกระดับฟุตบอลไทยและสร้างสนามแข่งรถมาตรฐานโลกที่ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงเคยเป็นทหารชายแดนและบวชเรียนนานเกือบ 1 ปี ก่อนก้าวเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในพรรคภูมิใจไทย จนมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีร่วมบริหารประเทศก้าวผ่านวิกฤตต่าง ๆ


นายไชยชนก กล่าวอีกว่า วันนี้ภูมิใจไทยเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นพรรคที่รับฟังประชาชนและเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคและดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล ซึ่งผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพในการรับมือกับวิกฤตได้ดีกว่าในอดีต


“เป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงประเทศ ซึ่งต้องเริ่มจากการเมือง แต่ทุกการเปลี่ยนย่อมมีแรงเสียดทาน สิ่งสำคัญที่สุดคือผมต้องไม่โดนการเมืองกลืนกิน ต้องทุ่มเทและยืนหยัดเป็นคนเดิมเพื่อทำประโยชน์ให้บ้านเมือง” นายไชยชนก กล่าว


“เอกนัฏ” ลั่น “ภูมิใจไทย” สีน้ำเงิน ไม่ใช่สีเทา


ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงคำวิจารณ์ที่มีการระบุว่าพรรคภูมิใจไทยอุ้มสีเทาว่า คำถามใหญ่ และข้อกังวลใหญ่ก็คือ เรื่องมีเรา ไม่มีเทา ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยสีน้ำเงิน ไม่ใช่สีเทา


“สำหรับผมใครไปดูผลการทำงานได้ ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผมสุดซอยสู้กับทุนเทา สู้กับกลุ่มธุรกิจศูนย์เหรียญ ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ผมต่อสู้กับกระบวนการลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรม ผมก็ประกาศตัวสู้จนกระทั่งหลายโรงงานถูกปิด กระทั่งผมและทีมงานถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายหลายพันล้าน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนเหล่านั้นมันคือผลพลอยได้ คือ ประโยชน์ที่ประชาชนคนไทยควรจะได้รับ สำหรับผมมีแต่ขาวกับดำ”