“เต้ มงคลกิตติ์” โพสต์เปิดนโยบายพรรคทางเลือกใหม่ จัดหาคู่ให้กับคนไทย อยู่ด้วยกันแล้วไม่ถูกใจ รัฐบาลเปลี่ยนคู่ให้ใหม่ ผู้สูงอายุ ดึงหน้าถึงคอ ได้ 1 ครั้ง/10 ปี พร้อมส่งเสริมคนมีบุตร ให้สิทธิตกแต่งเลเบีย รีแพร์ 1-2 ครั้ง และมอบยาบำรุงประจำเดือนกระตุ้นการมีบุตรเพิ่ม
วันที่ 17 ม.ค. 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ โพสต์นโยบายของพรรค โดยระบุว่า พรรคทางเลือกใหม่ เบอร์ 10 มีนโยบาย จัดหาคู่ให้กับคนไทยที่ขาดคู่ โดยรัฐบาลรับจัดหาสามี หรือภรรยา ให้กับประชาชนที่ขาดคู่ครองที่เหมาะสม อาทิ ชาย-หญิง, ชาย-ชาย, หญิง-หญิง ถ้าอยู่ด้วยกันไปแล้ว ไม่ถูกใจ รัฐบาลรับดำเนินการเปลี่ยนคู่ใหม่ให้ หากคนไทยต้องการคู่ครองต่างชาติ รัฐบาลรับดำเนินการประสานนำเข้าให้ทุกชนชาติ
นอกจากนี้ยังมีนโยบายดูแล และให้ความสุข ผู้สูงอายุไทย โดยเพิ่มเงินเพิ่มผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาท/เดือน 13.8 ล้านคน ให้ผู้สูงอายุ ปรับปรุงลดอายุ(ดึงหน้าถึงคอ) 1 ครั้ง/10 ปี ปรับแก้งาน 1 ครั้ง ให้อยู่ในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
รวมถึงมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ ไทย โดยรัฐบาลอุดหนุนเงินหมุนเวียน งบประมาณสร้างภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ ให้ผู้จัดรายเล็ก รายกลาง แบบคนละครึ่ง ในวงเงินหมุนเวียนรวม 5,000 ลบ./ปี (รัฐบาลออกเงินลงทุนช่วงแรก 50% อีก 50% รัฐบาลค้ำประกันให้โดยเอกชนกู้ธนาคารรัฐ-เอกชน คืนเงินต้นให้รัฐบาล ดอกเบี้ย 0% หลังดำเนินการขายเสร็จ)
ขณะที่ก่อนหน้านั้น ยังได้โพสต์นโยบายส่งเสริมการมีบุตรเพิ่ม ให้สิทธิตกแต่งเลเบีย รีแพร์ 1-2 ครั้ง และยาบำรุงประจำเดือนกระตุ้นการมีบุตรเพิ่ม ให้อยู่ในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำหรับหญิง วัย 36-50 ปี ฟรี
...
นายมงคลกิตติ์ ยังย้ำว่า พรรคทางเลือกใหม่ ไม่ซื้อเสียง ทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และระบบเขต แต่ขายนโยบายที่เป็นไปได้ ขายความก้าวหน้าของประเทศไทย ขายโอกาสให้คนไทย ไม่ตอแหลและดัดจริต และระบุด้วยว่า หากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนลงคะแนนให้ พรรคทางเลือกใหม่ เบอร์ 10 ในระบบ สส.บัญชีรายชื่อ 20 ท่าน และลงคะแนนให้ ส.ส.ระบบ เขต 43 เขตทุกเขตเลือกตั้ง ที่พรรคส่งลง ได้ สส.ทั้ง 2 ระบบ รวม 63 สส. จะเสนอตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทันที ร่วมกับ พรรคการเมืองอื่น หากพรรคร่วมรัฐบาล เลือกตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 33 จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
หลังจากถวายสัตย์ และแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จ เมื่อตนเองมีอำนาจเต็ม จะดำเนินการแผนปฏิบัติการด้านความมั่นคงภายใต้อธิปไตยไทย
1. รัฐบาลไทย จะออกมติ ครม. และให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมที่ประชุมร่วมรัฐสภา (สส. และ สว.) ลงมติยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 ทันที
2. รัฐบาลไทยประกาศพื้นที่อ่าวไทย 26,000 ตร.กม. เป็นของไทย 100% ไม่มีพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศกัมพูชา พร้อมให้เรือรบฟริเกต 6 ลำ ไปประจำการตามแนวเขตพื้นที่ทางทะเลอ่าวไทยของประเทศไทย ทันที
3. รัฐบาลไทยประกาศใช้แผนที่อัตราส่วน 1:50,000 เท่านั้น และจะใช้กำลังทหารเข้ายึดพื้นที่เดิมของไทยทุกพื้นที่ทั้งหมดทันที
4. รัฐบาลไทยประกาศเนรเทศคนกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทยกว่า 200,000 คน ออกนอกประเทศไทย ให้กลับประเทศกัมพูชา ทันที
5. รัฐบาลไทยจะแจ้งรัฐบาลกัมพูชาเป็นทางการให้เร่งรัดส่งคนไทยกว่า 30,000 คน กลับประเทศไทย ที่กระจายอยู่ใน 25 จังหวัดในประเทศกัมพูชา ที่ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ และเปิดบัญชีม้า เร่งรัดส่งกลับให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ทันที. การให้คนไทยหลอกคนไทยจะจบลงทันที
หากรัฐบาลกัมพูชาไม่ดำเนินการ หรือจัดการเองไม่ได้ รัฐบาลไทยมีความจำเป็นต้องนำกองกำลังจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และตำรวจ ตชด. พร้อมเครื่องบินรบ เรือรบ รถยานเกราะประเภทต่าง ๆ เข้าพื้นที่ชั้นในแต่ละจังหวัดในประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าไปปฏิบัติการนำคนไทยกว่า 30,000 คน ทั้งหมดออกมาเองทันที
“กระผมจะนำกำลังเข้ากรุงพนมเปญ ไปพบท่านสมเด็จฮุนเซน และท่านฮุน มาเนต ด้วยตนเอง หวังว่าท่านทั้ง 2 จะอยู่ต้อนรับผมและคณะนะครับ สุดท้ายนี้ หากประชาชนไทย เชื่อมั่นผม, เชื่อใจผม ผมจะดำเนินการตามนี้ทุกประการ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง”