“เจษฎ์-ชัยวุฒิ” แฉมีดีลลับ “ส้ม-เทา” ผสมพันธุ์ตั้งรัฐบาลล่วงหน้า เตือนอย่าหลงกลเกมแก้รัฐธรรมนูญ หวังล้างผิดนักการเมือง นิรโทษกรรมนักโทษคดีทุจริต ให้กลับมาเป็นฮีโร่


วันที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ (เบอร์ 35) พร้อมด้วยทีมผู้สมัคร สส. กทม. ได้ลงพื้นที่วิ่งออกกำลังกายช่วงเช้า และพบปะประชาชน ณ สวนเบญจกิติ โดย รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย ระบุว่า สิ่งที่ตนเคยรู้สึกว่าน่าเกลียด วันนี้ได้กลายเป็นเรื่อง “ทุเรศ” ไปแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าท่านกำลังช่วยกันทำลายบ้านเมืองหรือไม่ วันนี้ขั้วการเมืองฝ่าย “ส้ม” กำลังคืบคลานเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองในระดับโครงสร้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงจนยากจะเยียวยาต่อสถาบันหลักของชาติ ทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์


ในขณะเดียวกัน ก็มีวาทกรรมชวนเชื่อให้เลือกขั้ว “เทา” เข้ามาเพื่อล้ม “ส้ม” แต่แท้จริงแล้ว ขั้วสีเทานั้นกัดกินบ้านเมืองมาโดยตลอด ทั้งปัญหากลุ่มทุนสีเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บ่อนการพนัน และยาเสพติดที่ระบาดหนักทำลายเยาวชน ซึ่งนักการเมืองเหล่านี้กลับนิ่งเฉย หรือแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

...


แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ ยังเปิดเผยถึงเบื้องหลังที่ได้สัมผัสมาด้วยตัวเองว่า แท้จริงแล้วมีความพยายามในการ “ฮั้ว” กันทางการเมือง โดยมีการเจรจาเตรียมจับมือกันระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย หรือประชาชน ภายใต้เงื่อนไขการต่อรองผลประโยชน์และเก้าอี้รัฐมนตรี โดยไม่สนใจอุดมการณ์ที่หาเสียงไว้กับประชาชน พร้อมชี้ว่าการสร้างภาพขัดแย้งเป็นเพียงละครฉากหน้า แต่หลังฉากคือการเตรียมประเคนผลประโยชน์ให้แก่กัน


ส่วน “กับดัก” ของการรณรงค์ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นแผนการอันแยบยลของนักการเมืองทุจริต ที่ต้องการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งมีกลไกปราบโกงที่เข้มแข็ง


“เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ 60 ไม่ดี ต้องแก้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันปราบคนเลวคนชั่วได้ สิ่งที่เขาต้องการคือการเอามาตรฐานจริยธรรมออก เอาองค์กรอิสระออก เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นคดี และนำไปสู่การนิรโทษกรรมนักโทษคดีทุจริต ให้กลับมาเป็นฮีโร่ โดยผ่านความเห็นชอบจากการเลือกตั้งครั้งนี้” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว


โดยในช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ได้เรียกร้องให้ประชาชนตระหนักถึงกลลวงที่พยายามบอกว่าใครจะได้เป็นนายกฯ ทั้งที่อำนาจแท้จริงอยู่ที่รัฐสภา และขอให้ประชาชนพิจารณาเลือก “พรรครักชาติ” ซึ่งเป็นคนใหม่ ที่ยังไม่มีประวัติด่างพร้อย และมีจุดยืนชัดเจนคือ “ไม่เห็นชอบการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากการถูกปู้ยี่ปู้ยำโดยกลุ่มนักการเมืองที่หวังผลประโยชน์ส่วนตน


“ชัยวุฒิ” วอนพรรคใหญ่ หยุด “ดีลลับ” จัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้า


ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบรรยากาศการดีเบตของพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรคว่า มีความผิดปกติเกิดขึ้น เนื่องจากเนื้อหาในการแสดงวิสัยทัศน์เน้นไปที่นโยบายขายฝันทั่วไป ขาดการถกเถียง ตรวจสอบ หรือวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งกันและกันอย่างจริงจัง ทำให้บรรยากาศดูราบเรียบผิดวิสัยการแข่งขันทางการเมือง


“ผมตั้งข้อสังเกตว่าเหมือนมี “ดีลลับ” เกิดขึ้น ทราบมาว่ามีการพูดคุยตกลงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและการแบ่งกระทรวงกันเรียบร้อยแล้ว ทำให้เวทีดีเบตกลายเป็นเพียงพิธีกรรมที่ขาดสีสัน ขาดการตรวจสอบ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ได้สะท้อนความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง” นายชัยวุฒิ กล่าว


หัวหน้าพรรครักชาติ ยังกล่าวแสดงความกังวลถึงผลพวงจาก “ดีลลับ” ดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นที่ทุกพรรคหันมาเห็นพ้องต้องกันในเรื่องการ “ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ทั้งที่บางพรรคเคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ลุงตู่) และทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาอย่างราบรื่น โดยไม่เคยมีปัญหา แต่เมื่อมีดีลทางการเมืองเกิดขึ้น กลับเปลี่ยนท่าทีจะมารื้อกฎหมายหลักของประเทศ ซึ่งการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงในสังคมได้ เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการปกครองและกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาประเทศ แต่อาจซ้ำเติมให้เกิดทางตันทางการเมือง


“วันนี้ผมอยากฝากไปถึงพรรคการเมืองใหญ่ โดยเฉพาะพรรคที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ให้หยุดดีลลับ หยุดฮั้วกันทางการเมือง และหันมาเร่งคิดหาทางออกในการแก้ปัญหาปากท้อง เพราะชาวบ้านกำลังลำบากมาก การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเท่าความอยู่รอดของประชาชน ขอให้ประชาชนเลือกพรรคที่มีอุดมการณ์ชัดเจน เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของท่านในสภาอย่างแท้จริง” นายชัยวุฒิ กล่าว