“ศุภจี” หาเสียงวันหยุด ลุยตลาดเช้าคลองจั่น ขอคะแนนคนกรุง อ้อนเลือกภูมิใจไทย คนละครึ่งพลัสกลับมาแน่ สุดฮอตประชาชนแห่ขอเซลฟี่ให้กำลังใจ ด้าน “เอกนัฏ” เชื่อ “ภูมิใจไทย” จะเป็นหนึ่งตัวเลือกของคนกรุง
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 17 ม.ค. 2569 ที่ตลาดคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำรับผิดชอบเลือกตั้ง กทม. พร้อมผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ นายอนุชา บูรพชัยศรี นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ลงพื้นที่หาเสียงให้กับ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 14 บรรยากาศคึกคัก ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่างเข้ามาขอเซลฟี่ ขอจับมือนางศุภจี และมอบดอกไม้ให้กำลังใจ โดยนางศุภจีได้ทักทายพูดคุยอย่างเป็นกันเอง
ขณะที่มีแม่ค้าร้านน้ำมะปี๊ด เรียกให้นางศุภจีชิม “น้ำมะปี๊ดน้ำผึ้งมะนาว” พร้อมบอกว่าเป็นสินค้าที่ปลูกเองจาก จ.จันทบุรี ซึ่งนางศุภจี กล่าวว่า บ้านแม่ตนก็อยู่ จ.จันทบุรีเช่นเดียวกัน ซึ่งแม่ค้าก็ได้สะท้อนปัญหาว่าอยากให้มีพื้นที่ตลาดมากกว่านี้ เพราะ จ.จันทบุรีกำลังมีโครงการปลูกส้มมะปี๊ดมาแปรรูปเป็นน้ำ และตอนนี้ที่เวียดนามดังมาก
พร้อมชมว่า นางศุภจีเป็นคนเก่ง และสวยเหมือนดารา ด้านนางศุภจีได้ขอบคุณประชาชน พร้อมระบุว่า พรรค ภท. มีนโยบายในการดูแลผู้สูงอายุด้วย ยังมีประชาชนบอกด้วยว่าดีใจที่ น.ส.ฐิติภัสร์ ย้ายมาอยู่พรรคที่ถูกใจ และมีประชาชนกล่าวกับนางศุภจีอีกว่า ชอบคนที่ปฏิบัติงาน ขณะที่นางศุภจีตอบกลับว่า เราทำงานกันทุกวัน
ทั้งนี้ นางศุภจียังได้อุดหนุนกระเป๋าผ้าลายดอกกุหลาบ ราคา 100 บาทจากแม่ค้า โดยบอกว่าตนได้กระเป๋าใส่โทรศัพท์แล้ว
...
โดยบางช่วงก็มีพ่อค้าแม่ค้าสะท้อนถึงปัญหาพื้นที่การค้าขาย ซึ่งนางศุภจีและ น.ส.ฐิติภัสร์ บอกว่า ตรงนี้เป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานครแต่จะรับเรื่องไว้ นางศุภจียังได้สอบถามพ่อค้าแม่ค้าถึงการค้าขาย ว่าได้ร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสหรือไม่ แม่ค้าบอกว่า ได้เข้าร่วม แต่หมดเวลาไปแล้ว นางศุภจี จึงกล่าวตอบแม่ค้าว่า “หากเลือก โอ๋ ฐิติภัสร์ ก็จะได้โครงการคนละครึ่งพลัสอีกครั้ง”
“เอกนัฏ” เชื่อ “ภูมิใจไทย” จะเป็นหนึ่งตัวเลือกของคนกรุง
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพื้นที่กรุงเทพฯ กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงศึกเลือกตั้งใน กทม. ว่า จากการลงพื้นที่จะเห็นว่าการเลือกตั้งหลายครั้งคนกรุงเทพฯ ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกพรรคไหน แต่ครั้งนี้ 40-50% คนกรุงเทพฯ ยังไม่ตัดสินใจ ทำให้เป็นข่าวดี เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนกรุงเทพฯ กำลังพิจารณาอยู่ สำหรับบุคลิกส่วนตัวของตนและพรรคภูมิใจไทยคือความจริงใจ เราไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ทุกเรื่องที่พูดเราจะทำ และจะพยายามทำให้สำเร็จ
ในส่วนของแนวทางและนโยบายต่างๆ จากการทำงานที่ผ่านมาช่วง 2-3 เดือน แม้ประเทศไทยประสบกับวิกฤตทั้งเรื่องชายแดน เรื่องเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็สามารถรวบรวมเอามืออาชีพนอกวงการการเมือง เป็นคนที่มีความสามารถนอกเหนือความคาดหมายของประชาชนมาอยู่ในทีมของรัฐบาล ไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่จะมีพรรคการเมืองประกาศชัดเจน ว่าถ้าเข้ามาเป็นรัฐบาลฟอร์มรัฐบาลจะมอบตำแหน่งสำคัญให้กับมืออาชีพมาทำ
“กระทรวงต่างประเทศ จะเป็นนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กระทรวงพาณิชย์ ต้องนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ส่วนกระทรวงการคลังคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งเป็น 3 คน ที่ทำงานเห็นผลงานแล้วคนพอใจ เชื่อมือว่ากู้ประเทศออกจากวิกฤตมาได้ ดันโครงการคนละครึ่งพลัสออกมาภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเวลาสั้นๆ จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยจะตก จีดีพีก็ขยับขึ้นเป็น 1 เปอร์เซ็นต์กว่า”