เลขาธิการพรรคประชาชน ปัดปกปิดผู้กระทำผิดไว้ในพรรค แต่ยืนยันไม่รู้จริงๆ เรียกมาสอบแล้วก็ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง รับกระบวนการคัดผู้สมัครไร้อำนาจตรวจสอบเชิงลึก ดูจากเส้นเงินเข้าข่ายเป็นผู้เล่นมากกว่า


วันที่ 16 ม.ค.2569 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคโพสต์ข้อความภายหลังที่นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ อดีต สส.ตาก พรรคก้าวไกล และ ผู้สมัคร สส.ตาก พรรคประชาชน ถูกจับกุมในคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ โดยระบุว่า “อีก 2 หมายรอรับแรงกระแทก ถ้ารู้ว่าทำผิด ทำให้พรรคเสียหาย แสดงความรับผิดชอบก่อนได้ ไม่ต้องรอให้ออกหมายจับ”


โดยนายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ตามที่ตนได้สอบถามมาก็ได้รับคำตอบว่าได้ข่าวมาจากทางนั้นทางนี้แต่ไม่ได้ยืนยันว่ามาจากไหนหรือจากใคร จึงไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นการพูดจากการได้ยินจริง หรือพูดเฉยๆ แล้วอ้างว่าได้ยิน ซึ่งเราไม่ได้มีกลไกที่สามารถตรวจสอบได้เมื่อเจอเรื่องแบบนี้


เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ที่จะนำไปถูกร้องว่ารู้ตัวผู้กระทำผิดแต่ปกปิดไว้ นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ตามข้อเท็จจริงคือเราไม่รู้จริงๆ ผู้พูดได้ยินมาแล้วนำมาพูดต่อซึ่งเป็นแบบนี้แทบทุกครั้ง


“ถ้าถามว่าผมได้ยินไหม ผมก็ได้ยินเหมือนกันแต่ผมแค่ไม่พูดต่อ แต่สิ่งที่ผมทำคือการโทรคุยกับผู้ที่มีการถูกอ้างชื่อถึง ซึ่งจะได้รับคำตอบว่ายืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นทุกครั้งก็จะเป็นแบบนี้ เนื่องจากเราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ครบทั้งหมด ทุกคนที่เราเรียกมาสอบถามก็ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เราก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้” นายศรายุทธิ์กล่าว

...


เมื่อถามว่ากระบวนการสรรหาบุคคลของพรรคมีปัญหาใช่หรือไม่ นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า เรื่องแบบนี้ต้องยอมรับว่ายากอยู่แล้วที่พรรคจะเข้าถึงข้อมูลเพราะเป็นข้อมูลของหน่วยงานรัฐ เราเข้าถึงเพียงแค่ประวัติอาชญากรรมต่างๆ ที่เหลือก็ฟังเสียงจากปัจจัยแวดล้อม หากเจ้าตัวยืนยันและปฏิเสธเสียงแข็ง รวมถึงไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดก็ถือว่ายากที่เราจะสามารถตรวจสอบเองได้ กลไกของพรรคไม่ได้ลึกแบบที่หลายคนคาดหวัง อย่างที่ทราบพรรคเพิ่งก่อตัวขึ้น ตัวแทนประจำอำเภอยังมีไม่ถึง 100 อำเภอ คณะทำงานจังหวัดเป็นเพียงกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่มีใจอยากจะสร้างพรรค และสิ่งที่เราเพิ่มเติมขึ้นมาคือการฟังเสียงประชาชน ที่หวังว่าจะได้ข้อมูลในการตรวจสอบเชิงลึกแต่จะดำเนินการได้แค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง


นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ากระบวนการของเราสั้นมากด้วยหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่มาไวกว่าที่คาดการณ์หลายเดือน ทำให้การตัดสินใจต้องใช้ดุลยพินิจ การประเมินเป็นหลักโดยไม่สามารถหาข้อเท็จจริงได้ครบถ้วน เราประเมินและตัดสินใจ ดังนั้นจุดอ่อนมีอยู่แล้วด้วยกระบวนการแบบนี้ แต่แน่นอนว่าต้องพัฒนาต่อให้มีความกว้างขวางมากขึ้น มีเวลามากขึ้นในครั้งต่อไปน่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่หากต้องถึงขั้นที่รู้อะไรเยอะแยะมากมายมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เช่น เส้นทางการเงิน อย่างกรณีของนายรัชต์พงศ์ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เราจะรู้เส้นทางการเงิน แน่นอนว่าเราได้ยินว่ามีคนร้องเรียนและพูดถึง แต่สิ่งที่เราทำได้ในการตรวจสอบเมื่อไม่มีหลักฐานคือการพูดคุยกับเจ้าตัวอย่างหนักแน่น แต่พอเจ้าตัวยืนยันชัดเจนทุกครั้ง รวมถึงแวดล้อมที่เรามีเครือข่ายอยู่ยืนยันตรงกันว่าไม่เกี่ยวข้อง พรรคก็ดำเนินการต่อยาก ส่วนตัวจากข้อมูลที่เปิดเผยมาตัวเลขการโอนเงินไม่สูงเลย 50 กว่าครั้งในรอบ 2 ปี วงเงินประมาณ 200,000 บาท การที่ชี้แจงว่าเป็นผู้เล่นดูมีน้ำหนักมากกว่าในตอนนี้ เราไม่ทราบว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมตรงไหนอยู่อีก และเราเองก็ไม่มีทางทราบอยู่แล้วโดยตัวพรรคเอง ขนาดเส้นทางการเงินเรายังเห็นจากข่าวก่อนหน้านั้นเอง เราก็ไม่ได้เห็นอะไร


แต่แน่นอนว่ากระบวนการในอนาคต เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็มีข้อเสนอมากมายรวมถึงการเปิดเผยทุกบัญชี ซึ่งคงต้องว่ากันหลังเลือกตั้ง พรรคเองต้องมีการพูดคุยกันว่าอนาคตนักการเมืองของพรรค การเปิดเผยข้อมูลระดับภายในต้องเป็นแบบไหน แต่ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเราไม่มีถึงระดับนั้น