กสศ.เผยครอบครัวแบกค่าใช้จ่ายแฝงเกือบหมื่นต่อปี สวนทางงบแก้เหลื่อมล้ำมีแค่ 4 เปอร์เซ็นต์

รายการไทยรัฐ นิวส์รูม สเปเชียล จัดรายการพิเศษ ดีเบตประเด็นทางการศึกษา ในหัวข้อ “เรียนไปทำไม? ผ่าตัดการศึกษาไทย ทวงคืนอนาคต” โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองที่ลงสู้ศึกเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ร่วมประชันวิสัยทัศน์ ได้แก่ ธีราภา ไพโรหกุล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย, การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์, รัชดา ธนาดิเรก จากพรรคภูมิใจไทย, เจนจิรา รัตนเพียร ตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม, พริษฐ์ วัชรสินธุ์ พรรคประชาชน และวราวิช กำภู ณ อยุธยา จากพรรคไทยก้าวใหม่

ตัวแทนจากพรรคการเมือง จากซ้ายไปขวา ธีราภา ไพโรหกุล (เพื่อไทย), การดี เลียวไพโรจน์ (ประชาธิปัตย์), รัชดา ธนาดิเรก (ภูมิใจไทย), เจนจิรา รัตนเพียร (กล้าธรรม), พริษฐ์ วัชรสินธุ (ประชาชน)
ตัวแทนจากพรรคการเมือง จากซ้ายไปขวา ธีราภา ไพโรหกุล (เพื่อไทย), การดี เลียวไพโรจน์ (ประชาธิปัตย์), รัชดา ธนาดิเรก (ภูมิใจไทย), เจนจิรา รัตนเพียร (กล้าธรรม), พริษฐ์ วัชรสินธุ (ประชาชน)

...

วราวิช กําภู ณ อยุธยา ตัวแทนจากพรรคไทยก้าวใหม่
วราวิช กําภู ณ อยุธยา ตัวแทนจากพรรคไทยก้าวใหม่


ข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางท่ามกลางเศรษฐกิจที่มีการเติบโตต่ำเพียงร้อยละ 2-3 และกับดักความยากจนข้ามรุ่น ท่ามกลางภาวะสังคม เกิดน้อย แก่มาก และยากจน ที่รุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2568 ซึ่งมีเด็กเกิดใหม่เพียง 4.1 แสนคน สวนทางกับประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นถึง 9.5 แสนคน  

สถานการณ์นี้ตอกย้ำว่า ทุนมนุษย์ คือทางรอดเดียว แต่จากการวิเคราะห์ของ กสศ. กลับพบความจริงที่น่ากังวลว่า ทุนมนุษย์ไทยมีความเหลื่อมล้ำฝังรากลึก และไม่เท่าทันโลก โดยเด็กในโรงเรียนขนาดเล็ก และพื้นที่ชนบทมีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเด็กในเมืองเสมือนเรียนช้ากว่าถึง 3 ปีการศึกษา และเด็กยากจนมีโอกาสเรียนต่อมหาวิทยาลัยน้อยกว่าเด็กทั่วไปถึง 2.5 เท่า ซ้ำร้ายคุณภาพโดยรวมยังถดถอย ซึ่งสะท้อนจากคะแนน PISA ที่ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี และทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในอันดับท้ายตารางเมื่อเทียบกับนานาชาติ

นอกจากปัญหาคุณภาพและความเหลื่อมล้ำ ระบบการศึกษาไทยยังมีโครงสร้างที่แข็งตัวและเปราะบาง โดยพบปรากฏการณ์ยิ่งเรียน ยิ่งฉลาดน้อยลง ซึ่งระดับเชาวน์ปัญญาของเด็กมีแนวโน้มลดต่ำลงเมื่อเลื่อนชั้นสูงขึ้น เนื่องจากการเรียนการสอนไม่ยืดหยุ่น และน่าเบื่อหน่าย 

พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับภัยพิบัติ รวมถึงวิกฤตชายแดน ส่งผลให้โรงเรียนได้รับความเสียหายจากการต้องปิดโรงเรียน ไม่มีการเรียนการสอน จึงยิ่งเป็นการซ้ำเติมนักเรียนให้เล่าเรียนลำบากขึ้น และเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น 

ที่สำคัญนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ถือเป็นภาพลวงตา เพราะในความเป็นจริงครอบครัวยากจนยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายแฝงเฉลี่ยถึง 9,420 บาทต่อปี ในขณะที่การจัดสรรงบประมาณภาครัฐยังใช้วิธีเหมาจ่ายรายหัวเท่ากัน ทำให้งบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 4 ซึ่งไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาความแตกต่างของต้นทุนในโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกลได้จริง

รายการไทยรัฐ นิวส์รูม สเปเชียล จัดรายการพิเศษ ดีเบตประเด็นทางการศึกษา ในหัวข้อ “เรียนไปทำไม? ผ่าตัดการศึกษาไทย ทวงคืนอนาคต”
รายการไทยรัฐ นิวส์รูม สเปเชียล จัดรายการพิเศษ ดีเบตประเด็นทางการศึกษา ในหัวข้อ “เรียนไปทำไม? ผ่าตัดการศึกษาไทย ทวงคืนอนาคต”


ในส่วนภาพรวมบนเวทีดีเบตไทยรัฐ นิวส์รูม สเปเชียล ผู้ชมรายการได้ร่วมโหวตให้ตัวแทนพรรคการเมืองที่แสดงวิสัยทัศน์ได้โดนใจที่สุด ดังนี้

อันดับตัวแทนจากพรรคการเมืองคะแนนโหวต 
1ธีราภา ไพโรหกุล (พรรคเพื่อไทย)
71.7 เปอร์เซ็นต์ 
2พริษฐ์ วัชรสินธุ (พรรคประชาชน)
17.3 เปอร์เซ็นต์
3การดี เลียวไพโรจน์ (พรรคประชาธิปัตย์)
9.9 เปอร์เซ็นต์
4รัชดา ธนาดิเรก (พรรคภูมิใจไทย)
0.5 เปอร์เซ็นต์
5วราวิช กำภู ณ อยุธยา (พรรคไทยก้าวใหม่)
0.4 เปอร์เซ็นต์
6เจนจิรา รัตนเพียร (พรรคกล้าธรรม)
0.2 เปอร์เซ็นต์