“ศรีสุวรรณ จรรยา” บุกร้อง กกต. สอบพรรคประชาชน ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 เอี่ยวเว็บพนัน-ฟอกเงิน อาจเข้าข่ายยุบพรรค

วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนและสอบสวนพรรคประชาชน กรณีที่ตำรวจไซเบอร์จับนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ สมาชิกพรรคประชาชน และเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดตาก เขต 2 พรรคประชาชน และถูกตั้งข้อหาว่าร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน กรณีดังกล่าว มิใช่เป็นครั้งแรกที่สมาชิกพรรคประชาชนและผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมว่ามีเอี่ยวกับการทำเว็บพนันและการฟอกเงิน แต่ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปีที่แล้ว ตำรวจ บช.ปส.บุกตรวจค้นและจับนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย ยกเว้นแขวงศิริราช) พรรคประชาชน และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด มาก่อนแล้ว การกระทำของสมาชิกและผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนทั้งสอง อาจถือได้ว่าเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคง-เศรษฐกิจของชาติหรือราชการแผ่นดิน หรือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นข้อห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 44 หรือมาตรา 45 หรือไม่

...

“การเป็นเจ้าของเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคมไทย การที่พรรคประชาชนในฐานะพรรคการเมืองต้นสังกัดของรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ และนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อข้อกล่าวหาที่มีผลมาจากการกระทำตามกรณีที่เกิดขึ้นมิได้ เนื่องจากเป็นถึงสมาชิกและผู้สมัคร สส.ของพรรคที่ถูกคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เป็นผู้สมัคร สส.ในนามพรรคประชาชนไปแล้ว ย่อมต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ จริยธรรมและกลั่นกรองคุณสมบัติมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ดังนั้น สังคมได้ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาคือพรรคประชาชนปล่อยให้บุคคลที่มีการกระทำหรือมีพฤติการณ์อันเป็นความเสี่ยงระดับนี้ ผ่านการคัดเลือกจนเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคได้อย่างไร”

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า การที่หัวหน้าพรรคประชาชนออกมาแถลงว่าไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทา ลั่นพร้อมจัดการเด็ดขาด หวังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุกกลุ่มทุกสีด้วยนั้น เป็นเพียงการตัดตอนเพื่อเอาตัวรอดใช่หรือไม่ ทั้งๆที่เหตุที่เกิดบุคคลดังกล่าวยังเป็นสมาชิกพรรค และพรรคยังส่งไปมีตำแหน่งเป็นกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย ซึ่งถือได้ว่า หากมีความผิด ก็เป็นความผิดที่สำเร็จไปแล้ว จึงนำความมาร้องเรียนต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต.ได้ใช้อำนาจในการสืบสวนและสอบสวนการกระทำในกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะเส้นทางเงินของบุคคลดังกล่าวว่ามีการบริจาคให้พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ เพราะอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 44 และหรือมาตรา 45 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ได้ หากตรวจพบต้องเร่งดำเนินการตามมาตรา 92 (3) เพื่อเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวตามครรลองของกฎหมายต่อไป