พรรครักชาติ เปิดนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อคนตัวเล็ก ชู “Smart Card Max” รวมทุกสวัสดิการในบัตรประชาชนใบเดียว ช่วยลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ยืนยันแก้ปัญหาปากท้องสำคัญกว่าการแก้รัฐธรรมนูญ

วันที่ 16 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันที่ 15 มกราคม พรรครักชาติ (รช.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ นำทีมผู้สมัคร สส. ของพรรค ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา บรรยากาศคึกคัก พร้อมจัดกิจกรรม “รักชาติเริ่มที่การรับฟัง” นำเสนอนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือ “คนตัวเล็ก” หรือผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มทุนใหญ่ได้

นายเอกพิทยา ทีมนโยบายเศรษฐกิจ กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ พรรคต้องการผลักดัน คือการให้โอกาสและ “ให้เครดิตคนตัวเล็ก” เพื่อให้คนรากหญ้าสามารถมีที่ยืนที่มั่นคงในสังคมได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่วาทกรรม พร้อมประกาศจุดยืนที่สวนกระแสการเมืองยุคปัจจุบัน อย่างชัดเจนว่า “นโยบายของพรรครักชาติ จะไม่มีการแจกเงิน”

...

ด้านณัฏฐกรณ์ เน้นย้ำถึงจุดยืนว่า ในการเป็น “พรรคไซส์เล็ก” ที่เข้าใจปัญหาปากท้องของประชาชนรากหญ้า พร้อมเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจชุดใหม่ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยชู “บัตรประชาชน Max” เปลี่ยนบัตรใบเดียวให้เป็นกระเป๋าเงินและสวัสดิการ ซึ่งเป็นการยกระดับบัตรประชาชนแบบ Smart Card เดิม ให้สามารถใช้งานได้จริงในทางเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญ โดยลดภาระค่าครองชีพใช้บัตรในการช่วยลดค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง

ระบบสะสมแต้มแลกสิทธิประโยชน์ เปลี่ยนรูปแบบการให้เปล่า เป็นการสร้างแรงจูงใจ โดยประชาชนสามารถสะสม “แต้ม” เพื่อนำไปลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ผ่านการเข้าร่วม “หลักสูตรส่งเสริมพัฒนาอาชีพ” และการ “ดูแลสุขภาพ” หากประชาชนแข็งแรงและมีทักษะดี ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจตอบแทน

เปลี่ยนวิธีคิดภาครัฐ ประกาศจุดยืนเปลี่ยนจาก “รัฐสงเคราะห์” (เน้นการแจกจ่าย) ให้กลายเป็น “รัฐส่งเสริม” (มอบเครื่องมือทำมาหากิน) เพื่อให้ประชาชนยืนได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน

แก้โจทย์ “ทุน” และ “ต้นทุน” ให้รายย่อย และนโยบายแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของพ่อค้าแม่ขาย (SMEs) ที่มักติดขัดเรื่องเอกสารและการตรวจสอบเครดิตบูโรจากธนาคารพาณิชย์ โดยเสนอให้ “แบงก์รัฐ” เข้ามามีบทบาทเป็นตัวกลางในการ รวมพลังซื้อ รัฐจะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบในปริมาณมหาศาล เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกลงเทียบเท่ากับห้างร้านขนาดใหญ่ คาดการณ์ลดต้นทุนได้ 15-25% ทำให้ร้านค้ารายย่อยมีแต้มต่อในการแข่งขัน สนับสนุนเงินทุน เติมทุนให้ผู้ประกอบการรายเล็กโดยดูจากศักยภาพจริง ไม่ใช่แค่เอกสารทางบัญชี

ขณะที่นายเจษฎ์ กล่าวว่า พรรคต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง โดยตีแผ่กลไก “ธุรกิจการเมือง” รับเงิน 1,000 บาท แลกกับความเสียหายระดับชาติ ซึ่งตรรกะทางเศรษฐกิจของการซื้อเสียง โดยเปรียบเทียบนักการเมืองทุจริตเป็นเหมือนนักลงทุนที่หากมีการหว่านเม็ดเงินเพื่อซื้อเสียง เมื่อคนเหล่านี้เข้าไปมีอำนาจ ก็ย่อมต้องหาทางถอนทุนคืนพร้อมกำไรมหาศาล ซึ่งผลกรรมจะตกอยู่ที่ประชาชน ทำให้เศรษฐกิจไม่มีทางดีขึ้นได้หากยังยอมรับเงินเหล่านี้

ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวว่า การเมืองไทยจมอยู่กับวังวนเดิมๆ มากว่า 20-30 ปี ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนผู้เล่น เปลี่ยนนักการเมือง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าการเปลี่ยนแปลง ต้องเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่การเปลี่ยนด้วยทัศนคติชังชาติที่มองเห็นแต่ข้อเสียของบ้านเมือง หรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศ วันนี้หลายคนอยากเปลี่ยนประเทศ แต่เปลี่ยนด้วยความรู้สึกชังชาติ สร้างปัญหาให้ทุกเรื่อง จนคนกังวลว่าถ้าการเมืองเดินไปแบบนี้ ประเทศจะอยู่ไม่ได้

ช่วงท้าย นายชัยวุฒิ กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จุดยืนพรรค “แก้ปากท้อง ดีกว่าแก้รัฐธรรมนูญ” เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหา ความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญ มีแต่นักการเมืองที่ทำเพื่อตัวเอง นักการเมืองที่มีแผล ต้องการแก้กติกาเพื่อเปิดทางให้ตัวเองกลับมามีอำนาจ ไม่ใช่เพื่อประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันดีอยู่แล้ว เพราะออกแบบมาเพื่อ “กันคนไม่ดีออกจากการเมือง” นำงบฯไปมุ่งเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญกว่ามาก

สำหรับนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ที่เปิดตัว ประกอบด้วย 

1. หยุดหนี้นอกดอกโหด คนตัวเล็ก ต้องกู้ในระบบได้ โดยเปลี่ยนหนี้นอกระบบที่มีดอกมหาโหด เป็นดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ต่อลมหายใจให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หรือคนตัวเล็ก หยุดวงจรกู้หมื่น จ่ายแสน

2. แบงก์รัฐเติมทุนคนตัวเล็ก โดยธนาคารภาครัฐ ต้องเป็นประตูแห่งโอกาส ไม่ใช่กำแพงของหลักประกัน เป็นการเติมทุนให้คนทำมาหากิน 

3. เสริมแกร่งตลาดหุ้นไทย สู่ตลาดโลก โดยส่งเสริมให้ SMEs ไทยก้าวเข้าสู่ Global Champion หากมีทุนต่างชาติเข้า คนไทยต้องได้ จากผู้รับเป็นผู้กำหนดกติกา ทุกการเจรจาต้องทิ้งเทคโนโลยีและความมั่งคั่งให้คนไทย 

4. อัปเกรดบัตรประชาชน หรือ “บัตรประชาชน Max (Smart Card)” รวมทุกสวัสดิการในใบเดียว โดยรวมสวัสดิการต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างโอกาสให้เราได้พัฒนาตัวเอง 

5. เงินออมไรเดอร์ ยิ่งขยัน ยิ่งได้ เปลี่ยนจากการแจกเงินเฉย ๆ มาเป็นการให้แต้มพิเศษ ถ้าพัฒนาตัวเอง ก็จะได้แต้มในบัตรเพิ่มขึ้น แล้วแต้มพวกนี้เอาไปใช้ลดค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าเดินทางได้ เหมือนเป็นเงินออมที่ได้มาจากการที่เราขยันพัฒนาตัวเอง 

6. 60 คืนสู่เยาว์ เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยช่วยให้ผู้สูงอายุได้ Reskill และ Upskill เพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน หรือสร้างรายได้เสริมได้อีกครั้ง