“ณัฐพงษ์” ขอเปลี่ยนมุกดาหารให้เป็นส้มยกจังหวัด หวังป้องกันแชมป์เขตเดิมพร้อมเพิ่มเติมเขตใหม่ ย้ำชัดเจน เลือกแบบเดิมก็ได้แบบเดิม เลือกแบบใหม่จะได้รัฐบาลประชาชนมาดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น


วันที่ 15 มกราคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน เดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อช่วยหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็น ภายใต้หัวข้อ “รัฐบาลประชาชนเพื่อคนมุกดาหารของทุกคน”


ช่วงบ่าย นายณัฐพงษ์ได้ขึ้นขบวนรถแห่หาเสียงในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยขบวนรถแห่ได้เคลื่อนผ่านย่านสำคัญในตัวเมือง และตลาดการค้าชายแดนอินโดจีน ขณะที่ช่วงเย็นได้ขึ้นเวทีปราศรัย ช่วยผู้สมัครของพรรคคือ ชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ เขต 1 และ ณกร ชารีพัน์ เขต 2 โดยกล่าวเป็นภาษาอีสานตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน พรรคยืนยันมาตลอดว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีกว่าเดิม ไม่สามารถชนะได้ด้วยการเลือกตั้งเพียงครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของประชาชนทั้งประเทศ


นายณัฐพงษ์ระบุว่า ภาพของพ่อแม่พี่น้องที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยในสวนสุขภาพแห่งนี้ เป็นสิ่งยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าพรรคประชาชนเติบโตขึ้นทุกวัน และการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคพร้อมที่จะเอาชนะอย่างแท้จริง พร้อมย้อนถึงการเลือกตั้งในภาคอีสานที่ผ่านมา ที่พรรคเคยได้ สส. เพียงจำนวนจำกัด ท่ามกลางเสียงวิเคราะห์จากนักการเมืองและนักวิเคราะห์จำนวนมากว่าหากจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ภาคอีสานจะต้องเป็น “สีส้ม”

...


นายณัฐพงษ์กล่าวแสดงความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารมีโอกาสเป็นสีส้มทั้งสองเขต โดยความมั่นใจดังกล่าวมาจากการลงพื้นที่จริง การเดินตลาดอินโดจีน และการได้พูดคุยกับประชาชนจำนวนมากที่ให้กำลังใจและยืนยันว่าจะสนับสนุนพรรคประชาชน


นายณัฐพงษ์ยังกล่าวว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกภายใต้กติการัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มาจากการรัฐประหาร การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หากประชาชนเลือกพรรคประชาชน ทั้งผู้สมัครเขตและบัญชีรายชื่อ จะได้ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าพรรคมีบุคลากรที่มีคุณภาพหลากหลายสาขา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มีความสามารถทำงานได้จริง มีนโยบายดีๆ อีกหลายด้านเพื่อประชาชน


นายณัฐพงษ์กล่าวถึงจังหวัดมุกดาหารว่า เป็นจังหวัดชายแดนที่มีมูลค่าการค้าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 200,000 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมา กลับถูกทอดทิ้ง งบประมาณแผ่นดินไม่ถูกจัดสรรลงมาพัฒนาพื้นที่อย่างเหมาะสม ในขณะที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกลับมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่มุกดาหารมีศักยภาพครบถ้วน มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง มีภูมโนรมย์ มีตลาดอินโดจีน มีเวียดนามทาวน์ และยังมีหินลูกเป็ด เรียกได้ว่ามีความสมบูรณ์พร้อมทั้งด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ  ปัญหาหลักของประชาชนในพื้นที่ยังคงเป็นเรื่องน้ำ ที่ดิน หนี้สิน และโอกาสในการประกอบอาชีพ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างแท้จริง


นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการกระจายอำนาจ โดยพรรคประชาชนมีนโยบายสนับสนุนงบประมาณเป็นคูปอง 50,000 บาท สำหรับเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในการทำแหล่งน้ำทางการเกษตร รวมถึงการเร่งออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินให้กับประชาชนมากขึ้น


นอกจากนี้ยังกล่าวถึงปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ขาดคุณภาพ อันเกิดจากการทุจริตของนักการเมือง พร้อมระบุว่า ก่อนจะพูดถึงการขึ้นภาษีหรือเพิ่มอัตราภาษีใด ๆ รัฐบาลควรอุดรูรั่วทางภาษี และจัดการปัญหาการทุจริตของภาครัฐให้ได้เสียก่อน


นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า รูปแบบการบริหารประเทศที่ผ่านมามักเป็นการต่อรองตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเปรียบเสมือนการซื้อนักเตะย้ายค่าย และไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริงพร้อมย้ำว่า พรรคประชาชนยึดหลักการว่า การเมืองเป็นเรื่องของประชาชน เป็นของคนธรรมดา พร้อมแจงถึงการเปิดตัวทีมบริหารมืออาชีพของพรรค ที่มุ่งตั้งรัฐบาลประชาชนโดยใช้ประชาชนเป็นตัวตั้ง เอาโจทย์ปัญหาของประชาชนเป็นศูนย์กลาง และให้ฝ่ายบริหารมาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม


ช่วงท้าย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราตระหนักดีว่าการชนะการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องชนะอย่างถล่มทลาย เพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้ พร้อมส่งสัญญาณถึงประชาชนว่า หากต้องการเห็นอนาคตที่ดีกว่า และความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ช่วยกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง พร้อมทิ้งท้ายว่า เลือกแบบเดิม ก็ได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม แต่ถ้าเลือกแบบใหม่ จะได้รัฐบาลประชาชน เพื่ออนาคตใหม่ของมุกดาหารที่ก้าวหน้าและก้าวไกลต่อไป