“สุชัชวีร์” สันนิษฐานเครื่องมือมีปัญหา เหตุเครนถล่มถนนพระราม 2 ย้ำ ไม่มีใครกลัวขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์-สมุดพกตัดแต้ม ยกเคสญี่ปุ่นใช้ยาแรง ฟ้องล้มละลายบริษัทชุ่ย พ่วงรับโทษคดีอาญา


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่ถนนพระราม 2 จุดเครนก่อสร้างทางหลวงพิเศษยกระดับ (มอเตอร์เวย์ M 82) ตอน 7 ถล่มบริเวณถนนพระราม 2 ขาออก ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนหมู่ 1 ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมวาดภาพจำลองเหตุการณ์และหาสาเหตุเครนถล่ม ที่พบว่าเครนรับคานแต่ละชิ้นหนักถึง 40 ตัน คาดว่าช่วงที่เกิดเหตุร่วงหล่นลงมาประมาณ 12-13 ชิ้น รวมน้ำหนักประมาณเกือบ 500 ตันพังลงมา และคาดว่าเครนดังกล่าวคงใช้งานมาพอสมควร

นายสุชัชวีร์ ตั้งคำถามว่าได้มีการตรวจสอบซ่อมบำรุงอุปกรณ์หรือไม่ เพราะหากสมบูรณ์ เครนนี้น่าจะพอรับน้ำหนักได้ และเครนยี่ห้อนี้ที่นำมาใช้จะเกิดปัญหาเช่นเดียวกับเหตุเครนถล่มที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์นี้น่าสยดสยองมาก ทั้งที่งานใกล้จะเสร็จแล้ว แต่สุดท้ายก็เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ตนรับไม่ได้ คนไทยต้องไม่ตายฟรี แต่ทั้งหมดคือข้อสันนิษฐานเบื้องต้น เพราะเรายังไม่มีข้อมูลใดจากผู้ที่รับผิดชอบ ตนสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เกิดจากเครื่องมือมีปัญหา เครื่องมือไม่มีคุณภาพหรือย้อมแมว

...


“คำถามคือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีผู้รับเหมาเป็นช่วงใช่หรือไม่ เมื่อได้รับเงินช่วงก่อนรับเหมา ผู้รับเหมาหลักเก็บไปส่วนหนึ่งและเก็บกำไรไปก่อนจะส่งไปให้ผู้รับเหมาช่วงต่อเหลือเงินเพียงนิดเดียว สุดท้ายแล้วประชาชนต้องมาเสียชีวิต วันนี้ไม่มีใครมาเก็บหลักฐานในช่วงแรกที่เหตุเกิดขึ้น เช่นเดียวกับที่จังหวัดนครราชสีมา ที่หลักฐานถูกเก็บแต่ไม่รัดกุม เวลาขึ้นศาลผู้พิพากษาท่านตัดสินตามหลักฐานที่อยู่ในมือ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่คนรับผิดชอบลอยนวล คนไทยตายฟรีและสูญเสียเงินมหาศาล โดยเฉพาะถนนพระราม 2 ที่จะต้องเลิกทนได้แล้ว ประชาชนเสียภาษีแต่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งในสมัยที่ผมดำรงตำแหน่งนายกสภาวิศวกร ก็มีญาติคนตายมาร้องเรียน เพราะไม่ได้รับเงินชดเชยเยียวยา เนื่องจากประเทศไทยไม่มีเจ้าภาพตัวจริงที่เข้ามาบริหารจัดการในเรื่องนี้”

เมื่อถามว่ากรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งให้หยุดการก่อสร้างทางยกระดับทั่วประเทศแล้ว นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ส่งผลให้คนดีเดือดร้อนไปด้วย หากเป็นตนใครที่ใช้เครนประเภทนี้จะสั่งให้หยุดทันที ตนเคยบอกทุกครั้งว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และหนทางแก้ไขต้องดำเนินการอย่างไร เกิดจากการคอร์รัปชันใช่หรือไม่ที่ทำให้เกิดการตัดราคา สุดท้ายผู้รับเหมา ส่งงานต่อให้ผู้รับเหมาช่วง ทำให้ผู้รับเหมาช่วงต้องใช้อุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพตามราคาที่ได้รับ


ส่วนกรณีการขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทรับเหมานั้น นายสุชัชวีร์ ระบุว่า ในเวลานี้ไม่มีใครกลัวแบล็กลิสต์ เพราะบริษัทย่อยถูกแบล็กลิสต์ ซึ่งบริษัทรับเหมาไม่ได้มีแค่บริษัทเดียว แต่มีบริษัทเครือข่ายนับร้อยบริษัท เรื่องนี้จึงไม่มีผล ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เรียกว่าการประหารบริษัท ฟ้องล้มละลายทันทีเพื่อให้เข็ดหลาบ และคดีอาญาไม่มีการยอมความ แต่ประเทศไทยไม่มีหลักฐานที่จะจับให้มั่นคั้นให้ตาย กรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เป็นตัวอย่าง จนขณะนี้ยังคลุมเครือ เช่นเดียวกับเหตุเครนถล่มถนนลาดกระบัง รวมถึงถนนพระราม 2 ที่เกิดเหตุการณ์ก่อนนี้หลายครั้ง ไม่เคยมีข่าวคนผิดหรือบริษัทล้มละลาย แบล็กลิสต์เป็นเพียงการเล่นตลก ไม่มีใครสนใจแล้ว ต่างประเทศมีให้เห็นจะต้องมีคนกลางเข้ามาตรวจสอบ

ขณะที่การใช้มาตรการสมุดพกลดขั้น-ตัดแต้มผู้รับเหมานั้น นายสุชัชวีร์ ถามกลับว่า ตอนเด็กๆ ใครกลัวสมุดพกตัดแต้มบ้าง เรื่องนี้ควรยกเลิก เพราะเป็นการเอาใจผู้รับเหมาที่ทำตัวไม่ดี ซึ่งผู้รับเหมาที่ดีมีมากมาย ดังนั้นจะต้องทำเหมือนต่างประเทศ คือประหารบริษัท แต่ก่อนจะถึงตรงนี้ ต้องหาเจ้าภาพมาดูแลเรื่องนี้ก่อน ถึงจะมีกฎหมายแรงอย่างไร แต่ถ้าไม่มีหลักฐานหรือมีตัวกลาง ก็เอาผิดไม่ได้.