เอกอัครราชทูตจีน มอบเงินและสิ่งของสนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ไทย รวม 20 ล้านหยวน พร้อมแสดงความเสียใจเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ยัน จีนร่วมมือเต็มที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ชมไทยปราบสแกมเมอร์


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายจาง เจี้ยนเว่ย์ (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศไทย เป็นเงินบริจาคจำนวน 10 ล้านหยวน และสิ่งของบรรเทาทุกข์มูลค่า 10 ล้านหยวน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 20 ล้านหยวน

นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณรัฐบาลและประชาชนจีนสำหรับน้ำใจและความปรารถนาดีที่มีต่อประชาชนไทย โดยระบุว่าความช่วยเหลือดังกล่าวสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีนที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่มีพัฒนาการอย่างรอบด้านและต่อเนื่อง

...


ทางด้านเอกอัครราชทูตจีน กล่าวแสดงความเสียใจต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญอย่างสูงต่อความปลอดภัยของโครงการ และกำชับให้บริษัทจีนที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยย้ำว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเป็นโครงการสำคัญภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ประเทศ และจีนพร้อมเดินหน้าหารือความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและโปร่งใส

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมว่า ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลจีนที่มีต่อประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนเป็นความสัมพันธ์แบบพี่น้อง ที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ


ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความหวังว่าฝ่ายจีนจะเริ่มพิจารณาการจัดซื้อข้าวจากประเทศไทยจำนวน 500,000 ตัน ตามผลลัพธ์จากการหารือกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน รวมถึงผลักดันให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเอกอัครราชทูตจีนได้แสดงความพร้อมในการผลักดันการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยให้ครบตามเป้าหมายภายในปีนี้ ตลอดจนสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตจีนยังกล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยที่ดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม พร้อมขอบคุณฝ่ายไทยที่ให้ความร่วมมือกับจีนอย่างใกล้ชิดในการช่วยเหลือและส่งตัวชาวจีนที่ตกเป็นเหยื่อ หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าปัญหาคอลเซ็นเตอร์เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนทั้งสองประเทศ และจีนพร้อมเดินหน้ากระชับความร่วมมือกับไทยในด้านการบังคับใช้กฎหมาย การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการดำเนินการเชิงรุก เพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวให้หมดสิ้นอย่างยั่งยืน.