สามี "อิ๊งค์" เป็นตัวแทนครอบครัว เข้าเยี่ยม "ทักษิณ" บอกพ่อฝากให้กำลังใจผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย แสดงความเสียใจครอบครัวผู้สูญเสียเหตุเครนถล่ม จ่อเข้าเกณฑ์พักโทษ ลุ้นพ้นเรือนจำ พ.ค. นี้

ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 15 ม.ค. 69 นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร โดยเดินทางมาพร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่มาปักหลักรอให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าเรือนจำฯ 

หลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยม โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที นายปิฎก เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับคุณพ่อพบว่า คุณพ่อโอเคดี และช่วงนี้คุณพ่อหายเหงาบ้างแล้ว เพราะมีโอกาสได้ติดตามข่าวฟังเรื่องเวทีดีเบตบ้าง และก็ได้ฝากให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทุกท่าน ส่วนกรณีที่ช่วงนี้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยแต่ละท่านลงพื้นที่หาเสียงนั้น คุณพ่อก็ไม่ได้มีการฝากคอมเมนต์เจาะจงไปที่ผู้สมัครรายใด มีเพียงฝากให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน

...


ผู้สื่อข่าวถามว่านายทักษิณ  ได้เห็นบรรยากาศเช่นนี้ของผู้สมัคร มีความรู้สึกชื่นใจ หรือมีกำลังใจมากขึ้นอย่างไร หรือไม่ นายปิฎก กล่าวว่า คุณพ่อก็ได้มีอะไรให้ติดตามบ้างครับ ส่วนเรื่องสุขภาพของคุณพ่อค่อนข้างโอเค ทั้งนี้ คุณพ่อยังได้ทราบข่าวเรื่องเกิดเหตุเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่บริเวณบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งคุณพ่อรู้สึกว่ามันไม่น่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเลย และคุณพ่อก็ขอฝากแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตด้วย 

อย่างไรก็ตามตนไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องนี้กับคุณพ่อ แต่คุณพ่อก็ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์นี้ ก่อนขอยุติการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และรับไหว้คนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ ซึ่งต่างประสานเสียงว่า “พวกเราเป็นกำลังใจให้พรรคเพื่อไทยชนะขาดลอย” และเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ 

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมจากกรมราชทัณฑ์ว่า ในกรณีการปรับเลื่อนชั้นผู้ต้องขังเด็ดขาดของ นายทักษิณ ชินวัตร นั้น ปกติเรือนจำ/ทัณฑสถาน จะมีการปรับเลื่อนชั้นปีละ 4 ครั้ง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อยู่ในกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 จะประกอบด้วย เดือน มี.ค. เดือน เม.ย. เดือน ส.ค. และเดือน ธ.ค. ซึ่งผู้ต้องขังในแต่ละรายที่จะได้รับพิจารณาปรับเลื่อนชั้น ก็จะต้องมีใบประกาศนียบัตรเพื่อรับรองการประพฤติตนระหว่างถูกคุมขัง การบำเพ็ญประโยชน์ และประกอบกับจำนวนโทษคดี การรับโทษจำคุกมาแล้วระยะเท่าใด 


แต่ในกรณีการเลื่อนชั้นของนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องด้วยนายทักษิณ ถูกคำสั่งศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี และถูกนำตัวเข้าคุมขังเมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 ซึ่งในรอบการปรับเลื่อนชั้นตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ ในรอบเดือน ส.ค.68 และเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา นายทักษิณ ไม่ทันรอบการพิจารณา จึงยังไม่ได้ปรับเลื่อนชั้นจากชั้นกลางเป็นชั้นดี 

อย่างไรก็ตาม กรณีของนายทักษิณ อาจไม่ต้องกังวลในเรื่องของการปรับเลื่อนชั้น เนื่องจากเงื่อนไขคุณสมบัติของโครงการพักการลงโทษทั่วไป ในกรณีที่นายทักษิณ มีโทษ 1 ปี ซึ่งจะผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษ คือ ต้องรับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 หรือคุมขังมาแล้ว 8 เดือน ดังนั้น ระยะเวลา 8 เดือนดังกล่าว นายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ตรงกับเดือน พ.ค.69