ศาลฎีกา มีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง “วิเชียร ชัยสถาพร” 10 ปี ส่งผลพ้นเก้าอี้ สว. หลัง กกต. ยื่นคำร้องปมจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ


วันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางไข่มุกด์ ปอพานิชกรณ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ลงนามในประกาศศาลฎีกา เรื่อง แจ้งคำสั่งศาลฎีกา มีเนื้อหาว่า ด้วยคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต สว 10/2568 หมายเลขคดีแดงที่ ลต สว 1/2569 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง นายวิเชียร ชัยสถาพร ผู้คัดค้าน เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ (ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง)

ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายวิเชียร ชัยสถาพร ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 14 เดือน มกราคม พุทธศักราช 2569

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฟ้อง นายวิเชียร ชัยสถาพร สว. ผู้คัดค้าน ในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 226 พร้อมขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

...

ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า นายวิเชียร ผู้คัดค้าน ระบุในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านประหยัดพลังงานของกระทรวงอุตสาหกรรม” ซึ่งเป็นประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานอื่นนอกเหนือจากในกลุ่มที่ตนสมัครและไม่ตรงต่อความเป็นจริง อันอาจทำให้ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือผู้มีสิทธิเลือกเข้าใจผิด เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้าน และทำให้ผู้สมัคร สว.คนอื่นได้รับความไม่เป็นธรรม การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายวิเชียร ชัยสถาพร ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน นายวิเชียร ชัยสถาพร เป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มที่ 16 ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา ทำให้ต้องพ้นจากความเป็น สว. จากนี้จะต้องเลื่อนผู้อยู่ในบัญชีสำรองลำดับที่แรกขึ้นเป็น สว. แทน

(อ่านคำวินิจฉัย กกต. ฉบับเต็ม)