ฝุ่นพิษ กทม. พุ่งสีแดงเข้ม แม้ร่างกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านสภาแล้ว แต่ยังติดอยู่ในชั้น สว. หากรัฐบาลใหม่ไม่หยิบยกมา หลังเปิดประชุมสภาครั้งแรกภายใน 60 วัน จะถือว่าตกไป



วันที่ 15 มกราคม 2569 ทางศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ ได้แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 14–16 มกราคม 2569 โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเกิดสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น ประกอบกับอัตราการระบายอากาศที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมและไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มบรรเทาลงหลังวันที่ 16 มกราคมเป็นต้นไป


พามาย้อนดูการพิจารณากฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือ ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ... แม้สถานะปัจจุบันร่างกฎหมายนี้ได้ผ่านการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา ที่ล่าสุดอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ จึงยังไม่มีการออกกฎหมายบังคับใช้อย่างจริงจัง



ส่วนสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ มุ่งมั่นที่จะคืนสิทธิการหายใจอากาศสะอาดให้ประชาชน โดยกำหนดให้อากาศสะอาดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน พร้อมสร้างระบบจัดการมลพิษทางอากาศแบบครบวงจร ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐาน การควบคุมแหล่งกำเนิด  (โรงงาน, ยานพาหนะ, การเผา) การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการบังคับใช้กฎหมาย โดยยึดหลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย (Polluter Pays Principle)” เพื่อลดปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 และมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน ทั้งเรื่อง

...

รับรองสิทธิในอากาศสะอาด โดยกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิได้รับอากาศสะอาด และสามารถฟ้องร้องหน่วยงานรัฐได้หากไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาด และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด

พร้อมทั้งกำหนดให้เจ้าพนักงานเพื่ออากาศสะอาด มีอำนาจสั่งให้ส่งข้อมูล, เรียกบุคคลมาให้ข้อมูล เพื่อการตรวจสอบ โดยครอบคลุมทั้งแหล่งกำเนิดมลพิษ ทั้งโรงงาน, ยานพาหนะ, การเผา และการจัดการมลพิษข้ามพรมแดน เพื่อจูงใจให้ลดการปล่อยมลพิษ และยังส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และการบูรณาการข้อมูล

อย่างไรก็ตาม หากมีรัฐบาลชุดใหม่เกิดขึ้นแล้ว แต่หากมีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ครบ 60 วันแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่มาขอให้วุฒิสภาพิจารณากฎหมายต่อ ร่างกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก็จะต้องตกไปโดยปริยาย