“ลิซ่า” มั่นใจ “แซม เฉลิมพงศ์” รักษาแชมป์ภูเก็ต เขต 2 ฉลุย ชูผลงาน 2 ปีครึ่ง “ทำจริง-จับต้องได้” ชี้คนภูเก็ต เงินซื้อไม่ได้ พร้อมรักษาฐานที่มั่นสีส้มครบ 3 เขต

วันที่ 14 มกราคม 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือ ลิซ่า ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยถึงบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงในช่วงเช้า พื้นที่จังหวัดภูเก็ต เขต 2 ร่วมกับ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี (โค้ชแซม) ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 เบอร์ 6 โดยระบุว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ เนื่องจากตลอดเส้นทางมีประชาชนเข้ามาทักทายและจดจำผลงานของเฉลิมพงศ์ได้อย่างแม่นยำ

น.ส.ภคมน กล่าวว่า การเดินหาเสียงในวันนี้ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 อย่างสิ้นเชิง วันนี้เราไม่ได้เดินมาด้วยมือเปล่า แต่เราเดินมาพร้อมกับ “ต้นทุนหน้าตัก” ที่สะสมมาตลอด 2 ปี 6 เดือน จากการทำงานอย่างหนักของ สส.เขต ที่ไม่เคยอยู่เฉย แม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่งานในพื้นที่ไม่เคยเป็นรองใคร

...

“ตลอดเวลาที่เดินกับ สส.แซม ประชาชนเข้ามาทักทายเรื่องผลงานตลอด ทั้งเรื่องใหญ่อย่างการเปิดโปงขบวนการคิวอาร์โค้ดสั่งยาเสพติดของกลุ่มชาวต่างชาติ การเกาะติดโครงการอุโมงค์ป่าตอง การแก้น้ำเสีย หรือเรื่องใกล้ตัวอย่างน้ำไหล ไฟสว่าง ไปจนถึงภาพการเป็น สส.จิตอาสา ที่ลงมือช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติ สิ่งเหล่านี้คือเครื่องพิสูจน์ว่า เรามีผู้แทนที่ทำงานคุ้มค่าภาษีจริงๆ”

น.ส.ภคมน เน้นย้ำว่า ต้นทุนจากการทำงานจริง คือสิ่งที่มีค่ามากกว่าเม็ดเงินมหาศาลที่คู่แข่งพยายามนำมาปักธง โดยเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของคนภูเก็ต

“คนภูเก็ตเป็นคนที่เงินกี่บาทก็ซื้อไม่ได้ เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจ ถ้าการเมืองดี เศรษฐกิจดี พี่น้องประชาชนสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้มหาศาล เงินแจก 2-3 พันบาทถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับโอกาสที่เขาควรได้รับ ดังนั้น คนภูเก็ตไม่ได้มองหาคนแจกเงิน แต่มองหาตัวแทนที่จะนำพาภูเก็ตไปสู่จุดที่เขาคาดหวังได้จริง”


น.ส.ภคมน กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในเขต 2 แล้ว ในช่วงบ่ายวันนี้ ตนจะเดินทางไปลงพื้นที่หาเสียงต่อทันทีในเขต 1 และเขต 3 เพื่อผนึกกำลังผู้สมัครทั้ง 3 เขต ตนมั่นใจว่าพรรคประชาชนจะสามารถรักษาพื้นที่เกาะภูเก็ต ซึ่งเป็น “พื้นที่แรกที่พรรคส้มปักธงในภาคใต้ได้” เอาไว้อย่างเหนียวแน่นทั้ง 3 เขต เพราะ สส. ทุกคนมีผลงานชัดเจน

“ขอโอกาสให้เราได้เข้าไปเป็นรัฐบาลสักครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่านโยบายที่เราคิด และสิ่งที่เราทำ จะเปลี่ยนภูเก็ตให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีชีวิตที่มีศักดิ์ศรี และเติบโตเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน”