กกต. จับมือ TikTok ไทย เดินหน้าประชาสัมพันธ์เลือกตั้ง-ประชามติ 2569 ขณะที่ เลขาธิการ กกต. ชี้ กลุ่มรณรงค์ประชามติสอบถามจุดยืนผู้สมัคร สส. ได้ แต่อย่าโพสต์กดดัน เข้าข่ายคุกคาม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มกราคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกับ บริษัท TikTok ประเทศไทย ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายช่องทางการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์
นายแสวง ระบุว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทน กกต.ในการแถลงข่าวครั้งนี้ พร้อมย้ำว่าภารกิจสำคัญของ กกต. คือการบริหารจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ทั้งในส่วนของการเลือกตั้ง สส. และการลงประชามติที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน
...
นายแสวง กล่าวว่า กกต. ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มความถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเห็นว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงประชาชนจำนวนมาก และสามารถเป็นช่องทางสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลการเลือกตั้งที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้การสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้งมีความทันสมัย และทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้
ด้านนางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy for Southeast Asia ของ TikTok กล่าวถึงแนวทางความร่วมมือว่า TikTok เตรียมเปิดตัว “ศูนย์ข้อมูลเลือกตั้ง” หรือ Election Center ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมข้อมูลการเลือกตั้งที่ถูกต้องและเป็นทางการ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการลงคะแนน สถานที่เลือกตั้ง รวมถึงข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนี้
นางชนิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า TikTok จะบังคับใช้นโยบายด้านความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวด ร่วมกับ กกต. รวมถึงพาร์ทเนอร์ด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่าง Thai PBS Verify เพื่อส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลและความตระหนักทางการเมือง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถรายงานเนื้อหาที่เข้าข่ายบิดเบือนข้อมูลหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จได้
นอกจากนี้ ในปี 2569 TikTok จะนำระบบตรวจจับสื่อสังเคราะห์และเนื้อหาที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในระดับที่มีนัยสำคัญ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในการตรวจสอบข้อมูล และลดการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบนแพลตฟอร์ม
สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ TikTok ในช่วงการเลือกตั้ง แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. Protect การปกป้องความถูกต้องของการเลือกตั้ง ด้วยมาตรการป้องกันข้อมูลบิดเบือน ทั้งเชิงรุกและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ
2. Empower การเสริมพลังให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ผ่านศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้ง
3. Partner การผนึกกำลังกับผู้เชี่ยวชาญและองค์กรด้านการตรวจสอบข้อมูล ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
นางชนิดาได้กล่าวขอบคุณ กกต. สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่า TikTok พร้อมสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและกระบวนการประชาธิปไตย
ด้านนายแสวง ยังได้กล่าวถึงกรณีกลุ่มรณรงค์ประชามติไปตระเวนสอบถามผู้สมัคร สส. ถึงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วมีการนำไปโพสต์ผ่านออนไลน์ในลักษณะเป็นคุณเป็นโทษต่อผู้สมัครว่า ในกรณีสอบถามเฉพาะจุดยืนสามารถทำได้ ซึ่งตนยังไม่เห็นข้อเท็จจริง แต่การไปสอบถามจุดยืนบางคนอาจจะอยากให้สอบถาม และเต็มใจตอบ แต่หากผู้สมัครบางรายรู้สึกถูกข่มขู่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจไม่สะดวกตอบคำถามนี้ แต่กลุ่มรณรงค์กลับเอาไมค์ไปจี้แล้วนำไปโพสต์ จะต้องไปดูว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดหรือไม่ ซึ่งบางอย่างเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลว่า บุคคลได้รับผลกระทบจากบุคคลอื่นไปรุกล้ำ กล้ำกรายสิทธิ ซึ่งต้องดูเป็นกรณีไป
ส่วนกลุ่มที่จะไปรณรงค์ประชามติหากจะไปสอบถามประชาชน ขอบเขตสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อไม่ให้เป็นการข่มขู่คุกคาม เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กฎหมายประชามติคือเสรีภาพซึ่งกว้างกว่าสิทธิ แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ไปริดรอนเสรีภาพของผู้อื่น ซึ่งการริดรอนอาจจะไม่ผิดกฎหมายประชามติแต่อาจจะไปผิดกฎหมายอาญา ซึ่งตามกฎหมายประชามติหากจะใช้เสรีภาพ ขออย่าทำผิดในการโกหก ใส่ร้าย ให้ข้อความอันเป็นเท็จ
“กฎหมายประชามติมีอยู่ว่าอย่าไปใช้ข้อความอันเป็นเท็จ ถ้าเป็นคดีอาญาต้องบอกว่าอย่าไปริดรอนสิทธิคนอื่นเขา คนอื่นเขาก็ต้องการความเป็นส่วนตัว เราไปบังคับให้เขาตอบอย่างนี้มันจะเป็นความผิดหรือไม่”
ส่วนกรณีกลุ่มรณรงค์ประชามติ ไปเช็คจุดยืนผู้สมัครพรรคการเมืองต่างๆ ตามเวทีดีเบต ในมุมมองของเลขาฯ กกต. เห็นด้วยหรือเห็นต่างอย่างไร นายแสวง กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นแต่ขอให้รณรงค์ตามกฎหมาย กกต.ยินดีและสนับสนุนที่จะให้มีการรณรงค์ ให้ประชาชนได้มีข้อมูลให้มากที่สุด ส่วนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยให้เป็นเรื่องของแต่ละกลุ่ม อย่ามาถามว่าเห็นด้วยกับกระบวนการนั้น หรือกระบวนการนี้หรือไม่คงไม่ได้ เพราะการรณรงค์ของทุกกลุ่ม ตนว่ามีที่ยืนของแต่ละฝ่ายอยู่แล้วว่าคิดอะไรอยู่ กกต.เพียงแต่รักษาสนามให้การแข่งขันหรือการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่าการถามจุดยืนสามารถทำได้แต่อย่าให้ผิดกฎหมาย ส่วนการพิมพ์ข้อความว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยบนบรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อสินค้านั้น สามารถทำได้เพราะเป็นวิธีการรณรงค์อีกอย่างหนึ่ง