“อนุทิน” หวังตีไข่แตกภูเก็ต ปลื้มแม่ค้าชมแก้ปัญหาชายแดนดี โต้กลับคนติภูมิใจไทยโหนกระแสชาตินิยม ถามกลับคนไทยหรือเปล่า รักชาติผิดตรงไหน ก่อนเดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้ง สักการะ “คุณหญิงจัน-คุณมุก” หาเสียงต่อเนื่องพังงาบ่ายนี้
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ม.ค. 2569 ที่ตลาดเกษตรภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในพื้นที่จ.ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เก้าอี้เลย มีแนวทางอย่างไรในครั้งนี้ ว่า ต้องขยันลงพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ก็ทำมาโดยตลอด ส่งผู้สมัครทั้ง 3 เขตเป็นคนในพื้นที่ เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง มีความเข้าใจในความต้องการของประชาชน อย่างในจ.ภูเก็ตต้องการอะไร และวันนี้มาเดินตลาดก็ดีเหมือนกันพี่น้องประชาชนสะท้อนว่าไม่มีความสุขกับพวกรถซิ่งรถแว้น โดยต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว ขับแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย เขาก็บอกยกเลิกฟรีวีซ่าเลย นี่คือสิ่งที่เราต้องอธิบายให้เขาฟังว่าไม่เกี่ยวกับฟรีวีซ่า เกี่ยวกับเราต่างหาก เราต้องไปกำชับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะตำรวจที่ดูแลเรื่องการจราจร ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด นี่คือการแก้ปัญหา ไม่ใช่ยกเลิกฟรีวีซ่าอย่างเดียว
เมื่อถามถึงเสียงเรียกร้องของพ่อค้าแม่ค้าชาวภูเก็ต มีหลายคนชมเรื่องของการแก้ไขปัญหาชายแดน จะเป็นจุดขายของพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ความหวงแหนแผ่นดินของพี่น้องประชาชน เรื่องนี้อยู่ในหัวใจของคนไทยที่จะไม่ยอมให้ใครเข้ามาคุกคามรุกรานอธิปไตยของเรา จังหวัดภูเก็ตห่างไกลจากพรมแดนไทย-กัมพูชาไม่รู้กี่ 1,000 กิโลเมตร เขายังรู้สึกตรงนี้ได้ ถึงบอกว่าไม่ต้องเอาเรื่องนี้มาหาคะแนน สิ่งที่เขาชื่นชมรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะรักษาอธิปไตยของประเทศให้คนไทยทุกคนมีความมั่นใจว่า เกียรติภูมิของประเทศ อธิปไตยของประเทศ พื้นดินของประเทศจะไม่ถูกรุกล้ำ จะไม่ถูกยึดครองโดยคนต่างชาติ
...
เมื่อถามย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนสีส้มเป็นสีน้ำเงินได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้อง Hope for the best (หวังว่าจะดีที่สุด)
เมื่อถามว่า จะมีการปิดกั้นชายแดนต่อหรือไม่ หากจัดการปัญหาชายแดนแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ ต้องทำอะไรให้ดีที่สุด ก็คือเสมอ ๆ แฟร์ ๆ อย่าไปคิดหาแต้มต่อ ตนไม่เคยคิดทำอะไรที่เป็นแต้มต่อ ตีกอล์ฟกับแชมป์ยังไม่ขอเขาต่อแต้มเลย จะได้ตั้งใจ ถ้ามีแต้มต่อเดี๋ยวก็ลดความขยัน ลดความเข้มข้น ลดความตั้งใจ ทั้ง 400-500 เขตที่ส่ง แม้แต่กับจ.บุรีรัมย์ จ.อุทัยธานี ก็ต้องเดินแบบนี้เหมือนกัน ไม่มีแต้มต่อ แฟร์ ๆ
เมื่อถามต่อว่าการที่หลายคนมองว่า พรรคภูมิใจไทยปลุกกระแสเรื่องชาตินิยมนั้น จะชี้แจงอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเราไม่ชาตินิยมไทยของเราเอง และคำว่าชาตินิยม คนที่พูดกระแสชาตินิยมไม่ดี เป็นคนไทยหรือเปล่า เห็นแก่ชาติอื่นดีกว่าประเทศไทยหรือเปล่า ถ้าเห็นแบบนี้จะมาอาสาทำงานเพื่อบ้านเมือง พูดได้เต็มปากอย่างไร ชาตินิยมแปลว่าอะไร ไม่ใช่รักชาติรักแผ่นดินอย่างเดียว ต้องสนับสนุนสินค้าไทย ใช้สินค้าไทยเยอะ ๆ ต้องท่องเที่ยวในเมืองไทย ต้องไม่ไปต่างประเทศ ไม่เอาเงินไทยไปใช้ต่างประเทศ ต้องรักสามัคคีกันในหมู่คนไทยด้วยกันเอง ไม่ด้อยค่ากัน นี่คือชาตินิยม พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนแนวนี้เสียหายตรงไหน เดี๋ยวถามแล้วยิ่งได้คะแนนพอแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงสโลแกนของนายอนุทิน หลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ใช้สโลแกน “พิพัฒน์ หยัดได้ (เชื่อถือได้)” นายอนุทิน เลยบอก ว่า “เลือกนายกฯ ติดดิน อนุทิน ชาญวีรกูล” ก่อนจะหันมาถามผู้สื่อข่าวว่าใช้ได้หรือไม่
เดินสายมูต่อเนื่อง ไหว้ศาลเจ้าเก่าแก่ภูเก็ต เคาะระฆัง 37 ครั้ง
ต่อมาเวลา 09.37 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนท์ นิรามิษ ภริยา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำในพื้นที่ภาคใต้ และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมาที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่และมีอายุยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต
นายอนุทินและคณะ ได้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำศาลเจ้า และประตูทองคำกิวอ๋องไต๋เต๋ เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จ มีอำนาจวาสนา และแคล้วคลาดปลอดภัย ก่อนที่นายอนุทินจะปิดทองที่ประตูศาลเจ้า จากนั้นติดทองที่รั้ว พร้อมกล่าวว่า ต้องสร้างรั้วด้วย ตามนโยบาย พรรคภูมิใจไทย “รั้วทองคำ”
จากนั้น นายอนุทินได้เดินมารับพรที่จุดเดิม ที่ได้อวยพร ให้นายอนุทินมีสุขภาพแข็งแรง สมหวังดังปรารถนา ก่อนกล่าวขานรับตามธรรมเนียมจีนว่า “โฮ้ โฮ้ โฮ้”
ต่อมา นายอนุทินได้ตีระฆังทั้งสิ้น 37 ครั้ง พร้อมกล่าวว่า “ซา จับ ฉิก” ซึ่งแปลว่า 37 ในภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นหมายเลขของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
ภายหลัง นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า การติดทองบนรั้วมีความหมายว่า ประเทศไทยมีรั้วเป็นทองคำ ซึ่งต่อให้ถูกเผาก็ยังเป็นทอง ใครทำอะไรไม่ได้ ส่วนการเคาะระฆังจำนวน 37 ครั้งนั้น ทำเพื่อความสบายใจว่า ตนเองไม่ได้มู
จากนั้น นายอนุทิน เดินทางสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ร่วมกับผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญ ถือเป็นการเบิกฤกษ์เบิกชัย ในการหาเสียงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนที่จะเดินทางไปหาเสียงต่อในพื้นที่จังหวัดพังงาช่วงบ่ายวันนี้