“อภิสิทธิ์” นำทีม ปชป. กทม. ขอเสียงช่วย “จั๊ม-เจษฎา” ที่สวนลุมพินี ชู 3 แนวทาง แก้ฝุ่น PM 2.5 กลุ่มผู้สูงวัยหยอดคำหวาน เรียก “ว่าที่นายกฯ” แจง 17 ม.ค. ปชป. เปิดระดมทุนหนุนการเมืองสีขาว ย้ำไม่มีจัดเลี้ยง



เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 มกราคม 2569 ที่สวนลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมนางการดี เลียวไพโรจน์ สองแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคปชป. นายสกลธี ภัททิยะกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ กทม. ร่วมลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงช่วยนายเจษฎา เลิศธนสาร หรือ จั๊ม ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 2 (ราชเทวี ปทุมวัน และสาทร)เบอร์ 11 และนายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 1 พระนคร-ป้อมปราบ-สัมพันธวงศ์ จากกลุ่มประชาชนผู้รักสุขภาพและผู้สูงอายุที่มาออกกำลังกาย ตลอดทางเดินมีประชาชนทั้งคนหนุ่มสาว และผู้สูงวัยต่างจับไม้จับมือและพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกโดยระบุว่า เป็นแฟนคลับ และเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งบ้านมาตลอด ดีใจที่นายอภิสิทธิ์ กลับมาดูแลคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง พร้อมอวยพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก โดยเรียกนายอภิสิทธิ์ว่า ว่าที่นายกฯ และเรียก นางการดี และนายสกลธี ว่าเป็น ว่าที่รองนายกฯด้วย ท่ามกลางหมอกของฝุ่น PM 2.5 ค่อนข้างมากในเช้าวันนี้ ซึ่งสามารถวัดค่าฝุ่นในพื้นที่ กรุงเทพฯ มีการแจ้งเตือนเป็นสีแดงที่ 84.6 มคก./ลบ.ม.

...


ชู 3 แนวทาง แก้ฝุ่น PM 2.5


โดยนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า วันนี้ระดับฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง พรรคมี 3 แนวทางแก้ โดยการเร่งผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ กฎหมายอากาศสะอาด, กฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยการจำกัดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นจะต้องลดลง ใช้ทั้งการจูงใจ และมาตรการลงโทษ พร้อมการสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ ลดค่าขนส่งสาธารณะ อาทิ รถเมล์เหลือ 5-30 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้บริการขนส่งสาธารณะ ส่วนการเผาซากพืชที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานนั้น ต้องมีมาตรการสนับสนุนไม่ให้เกิดการเผา และช่วยเกษตรกรให้มีทางเลือกเพื่อไม่ให้ก่อมลพิษ ที่สำคัญสุดคือต้องร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในวาระที่ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีถัดไป พรรคประชาธิปัตย์ จะนำเสนอเรื่องนี้ให้เป็นวาระต้องร่วมมือกันระหว่างประเทศในอาเซียน เพราะหลายครั้งฝุ่นที่เกิดขึ้นมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และลมพัดเข้ามา นี่เป็นแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมไว้



ผู้สื่อข่าวถามถึงงานระดมทุนที่พรรคประชาธิปัตย์จะจัดขึ้น ในวันที่ 17 มกราคมนี้ ว่า จะมีการจัดเลี้ยงและทำได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นการจัดงานเพื่อพบปะผู้ให้การสนับสนุนพรรค พร้อมเชิญชวนถึงการทำการเมืองสุจริต และทุนที่เข้ามาทางการเมืองนั้น ต้องการให้เป็นทุนที่มาจากประชาชนและทุนสีขาว และช่วงนี้อยู่ในช่วงการเสียภาษีประจำปี ประชาชนสามารถบริจาคภาษีให้กับพรรคประชาธิปัตย์ได้ โดยในงานดังกล่าวจะไม่มีการขายโต๊ะรับประทานอาหารอย่างที่เคยทำกัน เพราะอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง จะมีเพียงเป็นการพบปะสมาชิกพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรคประชาธิปัตย์โดยจะจัดงานที่สยามพิฆเนศ สยามสแควร์ในวันที่ 17 ม.ค. แต่ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค.นี้ พรรคจะมีการสื่อสารต่อสังคมถึงแผนปฏิบัติการ 90 วัน เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ทำอย่างไรไทยหายจน ในแนวทางพรรคก่อน


เมื่อถามถึงนโยบายพรรคประชาธิปัตย์กับคนปักษ์ใต้ที่มีพืชเศรษฐกิจหลักคือ ยางพารากับปาล์มน้ำมันที่ราคาตกต่ำ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มียุทธศาสตร์ในการผลักดันราคายางโดยการประกันรายได้เป็นพื้นฐานให้สูงกว่าค่าประกัน ซึ่งราคาประกันอยู่ที่ 60 บาท และมั่นใจจะสามารถผลักดันให้ถึง 80 บาท/กก. ได้ในการต่อยอดการแปรรูป ในอดีตเราใช้วิธีการเจรจากับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ร่วมผลักดันให้มีราคาสูงมาแล้ว ขณะที่ราคาปาล์มน้ำมัน จะต้องพิจารณาให้ครบทั้งวงจร ให้ความเป็นธรรมต่อเกษตรกรสวนปาล์มด้วย ถือเป็นนโยบายสำคัญหนึ่งของพรรค

“นอกจากนี้ นโยบายพัฒนายังมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน มอเตอร์เวย์ รวมถึงระบบรางที่จะต้องเชื่อมต่อการเดินทางในพื้นที่ภาคใต้ และการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาท่าเรือโดยให้ฝั่งอ่าวไทยเชื่อมโยงกับฝั่งอันดามัน ทั้งนี้ จากการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ก่อนหน้านี้พบว่า ไม่คุ้มค่ากับระบบเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถประหยัดเวลาได้น้อยเมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุน และการขุดคลองไทยก็ยังมีปัญหาด้านความมั่นคง การขุดคลองจะกลายเป็นการดึงความขัดแย้งเข้ามาสู่ภูมิภาคได้อีก ดังนั้น สิ่งที่ทำได้คือ การเชื่อมโยงท่าเรือปีนัง ฝั่งอันดามัน โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับปรุงสามารถใช้การได้อย่างมีประโยชน์” นายอภิสิทธิ์กล่าว