“จตุพร บุรุษพัฒน์” โว กระแสพรรคโอกาสใหม่ดีเกินคาด มั่นใจคนกรุงต้องการเปลี่ยน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเมืองหลวง ดันนโยบายเมือง 24 ชม. แก้จราจรทั้งระบบ รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ชู “มีเราไม่มีมืด”
วันที่ 13 มกราคม 2569 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พร้อมด้วย นายประภัสร์ จงสงวน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ นายวรวุธ ลีลานภาศักดิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 21 ประเวศ-สะพานสูง พบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในย่านชุมชนตลาดหมู่บ้านนักกีฬา พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในการพัฒนาพื้นที่ เน้นการสื่อสารโดยตรง เข้าถึงง่าย และสะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง
นายจตุพร ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบว่ากระแสตอบรับต่อผู้สมัคร สส.ของพรรคโอกาสใหม่ในพื้นที่ กทม. ดีเกินคาด แม้จะเป็นสนามเลือกตั้งที่มีการแข่งขันสูง แต่พรรคไม่หวั่นไหว เพราะเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง และต้องการการบริหารเมืองที่แก้ปัญหาได้จริง โดยพรรคมีจุดแข็งด้านการบริหารจัดการที่สามารถทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษได้อย่างไร้รอยต่อ มั่นใจว่านโยบายของพรรคสามารถตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้
สำหรับนโยบายหลักของพรรคโอกาสใหม่ คือ “ยกระดับผังเมือง” อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการระบายน้ำ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการจัดการจราจร เพื่อให้ทุกพื้นที่มีความสะอาด สะดวก และปลอดภัย ภายใต้สโลแกน “มีเราไม่มีมืด” ควบคู่กับนโยบาย “กทม. 24 ชั่วโมง” ที่มุ่งยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดทั้งวัน
ส่วนประเด็นปัญหาการจราจร นายจตุพร ยอมรับว่า กทม. กำลังเผชิญปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สมดุลกับจำนวนยานพาหนะ การแก้ไขจึงต้องมองแบบองค์รวม โดยเสนอให้ปรับเปลี่ยนรถราชการทุกคันเป็นรถไฟฟ้า (EV) 100% ผลักดันรถโดยสารสาธารณะให้เป็นรถไฟฟ้า และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น ผ่านการเพิ่มจุด “จอดแล้วจร” เพื่อลดปริมาณรถเข้าสู่ใจกลางเมือง
...
ขณะที่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน นายจตุพร เปรียบเทียบว่าเป็นเหมือน “มะเร็งร้าย” ที่กัดกินทุกระบบ โดยพรรคโอกาสใหม่มีแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ด้วยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์และ AI มาใช้ โดยเฉพาะในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของบุคคล ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญที่ก่อให้เกิดการทุจริต พร้อมผลักดันให้กฎหมายมีความเข้มงวด และบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้นต่อผู้กระทำผิด
นายจตุพร ยังย้ำด้วยว่า การแก้ปัญหาทุจริตต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการส่วนใหญ่ที่เป็นคนดี ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากคนเพียงส่วนน้อย ดังนั้นการแก้ไขอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาปากท้อง โดยพรรคโอกาสใหม่มีนโยบายผลักดันรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า เข้าถึงและเท่าเทียม เพื่อช่วยลดแรงจูงใจในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตทั้งในหมู่นักการเมืองและประชาชน
ในประเด็นปัญหาทุนเทา นายจตุพร กล่าวว่า สามารถนำประสบการณ์จากการทำงานในกระทรวงพาณิชย์มาปรับใช้ โดยอาศัยระบบตรวจสอบนิติบุคคล การคัดกรองความผิดปกติของผู้ถือหุ้น และการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบความผิดปกติจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมเดินหน้าทลายเครือข่ายนอมินีอย่างจริงจัง โดยใช้ระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันเป็นเครื่องมือสำคัญ
ทางด้าน น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ แม่ทัพกรุงเทพมหานคร พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้บกพร่องทางร่างกาย ซึ่งต้องการโอกาสในการทำงานใกล้บ้าน เพื่อลดภาระการเดินทาง และเพิ่มคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง พรรคโอกาสใหม่จะนำเสียงสะท้อนจากประชาชนไปผลักดันเป็นนโยบายเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเท่าเทียมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในการพัฒนากรุงเทพมหานคร.