เผยผลสำรวจ 60 พรรคการเมืองเน้นสื่อสารเรียลไทม์ผ่าน X มัดใจกลุ่ม Gen Z มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนับเป็นประเด็นหลักในโลกออนไลน์

เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลของ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลสำรวจการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของพรรคการเมืองในการเผยแพร่นโยบายและหาเสียงเลือกตั้งระหว่างวันที่ 1-9 มกราคม 2569 จากการสำรวจพรรคการเมืองทั้งหมดในการเลือกตั้งครั้งนี้จำนวน 60 พรรค พบว่าแพลตฟอร์ม X ได้รับความนิยมสูงสุดในการหาเสียง คิดเป็นสัดส่วน 37 เปอร์เซ็นต์ของการใช้สื่อออนไลน์ทั้งหมด โดยพรรคการเมืองเน้นใช้ X เพื่อการสื่อสารแบบเรียลไทม์ และสร้างกระแสไวรัลผ่านข้อความสั้น 


ขณะที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพรรค และสื่อมวลชนตามมาเป็นอันดับสองที่ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วน Facebook อยู่ในอันดับสามที่ 22 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ YouTube มีสัดส่วนเพียงแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเป็นช่องทางสำหรับการปราศรัยที่มีความยาว และปิดท้ายด้วย Instagram กับ TikTok ที่มีสัดส่วนเท่ากันคืออย่างละ 3 เปอร์เซ็นต์ 

...

ประเด็นหลักที่พรรคการเมืองนำมาใช้หาเสียงผ่านโลกออนไลน์ก็คือ นโยบายด้านเศรษกิจ ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของนโยบายทั้งหมด ครอบคลุมทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่อง การช่วยเหลือภาคเกษตร การพักหนี้ และการแก้หนี้ครัวเรือน รองลงมาคือนโยบายด้านสังคมที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเน้นเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ และลดความเหลื่อมล้ำ 


ทางด้านนโยบายด้านสุขภาพ ความมั่นคง และการเมือง มีสัดส่วนเท่ากันที่ด้านละ 10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ การที่นโยบายเศรษฐกิจกลายเป็นแกนหลักนั้น สะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของไทยที่เผชิญ โดยเฉพาะความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก กับอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้นโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นหลัก ซึ่งพรรคการเมืองต้องการนำเสนอทางออกเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายวัยทำงานอายุ 18-34 ปี 

นอกจากนี้ รายงานจาก Hootsuite Thailand 2025 ยังระบุว่า X เป็นแพลตฟอร์มที่มีความแข็งแกร่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้แก่ กลุ่ม Gen Z และกลุ่ม Millennial โดยเฉพาะช่วงอายุ 18-34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการรับข่าวสารที่รวดเร็ว 

ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักของ Facebook ยังคงเป็นวัยทำงานตอนต้นถึงกลาง ช่วงอายุ 25-34 ปี ซึ่งมีการเข้าถึงโฆษณาสูงสุด เช่นเดียวกับ YouTube และ TikTok ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีกลุ่มอายุ 25-34 ปีเป็นผู้ใช้หลัก ส่วน Instagram มีผู้ใช้หลัก 18-34 ปี