“เพื่อไทย-ภูมิใจไทย” โชว์วิสัยทัศน์เวที กกต. “ธีราภา” ชูยุทธศาสตร์รัฐลงทุนคน เร่งกฎหมายอากาศสะอาด-โลกร้อนสานต่อนโยบาย “ยิ่งลักษณ์” ด้าน “วราวุธ” ย้ำคนละครึ่งพลัสไม่ใช่ประชานิยม ขอโอกาสสานต่อ


เมื่อเวลา 15.07 น. วันที่ 12 มกราคม 2569 น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมบันทึกเทปเวที “Election Debate Thailand 2026” ประชันนโยบายระดับประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ว่า วันนี้มีการดีเบต เรื่องหลักๆ คือเรื่องการศึกษา พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพประชากรอย่างจริงจัง โดยยอมรับว่าประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ในขณะที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงไม่ควรเน้นเพียงปริมาณ แต่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังเสนอนโยบายดูแลประชาชนตั้งแต่ช่วงเด็กแรกเกิด ไปจนถึงการพัฒนาตลอดช่วงวัย รวมถึงแนวคิดเรื่องบัญชีเด็กแรกเกิด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็กอย่างเป็นระบบ

ส่วนประเด็นการปราบปรามยาเสพติด พรรคเน้นย้ำการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยให้คำตอบผ่านนโยบายที่ชัดเจน ประกอบด้วยการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพให้กลับเข้าสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน รวมถึงแนวคิดสำคัญอย่างนโยบาย 1 จังหวัด 1 ศูนย์ฟื้นฟู เพื่อให้แต่ละจังหวัดมีศูนย์ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่ครบวงจรและเพียงพอต่อความต้องการ

สำหรับด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาที่กำลังรุนแรงในปัจจุบัน โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างกว้างขวาง พรรคเพื่อไทยผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังเตรียมร่างพระราชบัญญัติภาวะโลกร้อน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว พร้อมทั้งย้ำถึงนโยบายน้ำสะอาด ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยต่อยอดจากแผนงานนโยบายน้ำ ที่เคยดำเนินการมาตั้งแต่สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้รับน้ำสะอาดที่เพียงพอและมีคุณภาพ

...

ภูมิใจไทยย้ำคนละครึ่งพลัสไม่ใช่ประชานิยม ขอประชาชนให้โอกาสทำงานต่อ

ทางด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มาเป็นตัวแทนดีเบตของพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ขอบคุณ กกต. ที่จัดเวทีดีเบตให้พรรคการเมืองได้นำเสนอนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นสังคมที่พรรคมีมติชัดเจนหลายเรื่อง เช่น การดูแลผู้สูงอายุ ยาเสพติด และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้แค่พูด แต่กำลังทำอยู่จริง จึงขอโอกาสจากประชาชนให้พรรคได้สานต่องาน ยืนยันว่านโยบายที่นำเสนอจะทำให้เกิดขึ้นจริง

ส่วนนโยบายขยายอายุเวลาเกษียณราชการ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้กระฉับกระเฉงทั้งกายและสมอง เพื่อไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว เปลี่ยนจากผู้รับสวัสดิการมาเป็นกำลังผลิตของชาติ ช่วยลดภาระงบประมาณและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาเตรียมการอีก 2 ปีขึ้นไป และต้องฟังความเห็นประชาชนให้มาก เพราะประเทศไทยมีเกณฑ์อายุผู้สูงอายุต่ำที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง แต่บางสายงานราชการอย่างกระบวนการยุติธรรมก็ขยายอายุไปถึง 70 ปีแล้ว หากขาดแคลนบุคลากรจริงๆ ก็จำเป็นต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและผลกระทบน้อยที่สุด

ขณะที่ด้านการศึกษา พรรคภูมิใจไทยเสนอสร้างแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่าย มีองค์ความรู้ครบถ้วนตั้งแต่พื้นฐานถึงระดับสูง โดยเชิญภาคเอกชนมาร่วมออกแบบหลักสูตร เพื่อให้เรียนจบแล้วตอบโจทย์ตลาดแรงงานจริง แถมยังเรียนต่อเนื่องได้แม้เจอวิกฤตอย่างน้ำท่วมหรือโควิด-19 สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อต่อยอดสถาบันการศึกษาในอนาคต

“พรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นนโยบายคนละครึ่งพลัส ที่เน้นให้ประชาชนสร้างศักยภาพด้วยตัวเอง หากนโยบายช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เช่น คนละครึ่ง ก็ไม่ใช่ประชานิยมแน่นอน พรรคภูมิใจไทยจึงมุ่งพัฒนาอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ก็พร้อมทำงานเต็มที่ต่อไป”