เปิดวิสัยทัศน์ “รัฐบาลประชาชน” ทีมบริหารพรรคประชาชนขึ้นเวทีปราศรัยเพียบ “เท้ง ณัฐพงษ์” ลั่น พร้อมบริหารประเทศ พาประชาชนคนไทยไปสู่อนาคตใหม่ที่ก้าวไกลกว่าเดิม
วันที่ 11 มกราคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือ อาจารย์ต้น หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่ “เปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน” ว่า ภายใน 5 ปี ถ้าไทยในฐานะเสือตัวที่ 5 ของเอเชียยังกลับมาไม่ได้ เสือตัวที่ 5 จะกลายเป็นแค่นิทานพื้นบ้าน ตอนนี้ประเทศไทยกลัวตกขบวน เลยยอมจ่ายเงินให้ทั่วโลก เพื่อให้ขับขบวนรถไฟผ่านหน้าบ้านตัวเอง โดยที่ประเทศเหล่านั้นไม่ได้เอาประเทศไทยขึ้นขบวนไปด้วย เพราะฉะนั้น เราจะต้องตั้งเป้า เราจะต้องกระโดดขึ้นไปบนขบวนรถไฟให้ได้ เพื่อไปสู่อุตสาหกรรมโลกยุคใหม่ เราจะทำให้อุตสาหกรรมเก่าของเราไปสู้กับอุตสาหกรรมระดับโลกได้ และอุตสาหกรรมใหม่ของไทยจะต้องเฉิดฉาย เราจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนโลกขาดเราไม่ได้
...
ทางด้าน นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ทีมบริหารพรรคประชาชน ด้านปฏิรูปรัฐ กล่าวว่า ตอนนี้เวียดนามกำลังจะแซงไทยแล้ว เพราะได้รับการสนับสนุนจากประเทศมหาอำนาจ พรรคประชาชนขอนำเสนอแบบไม่เพ้อฝัน คือการเปลี่ยนปัญหา เป็นอุตสาหกรรม เพราะปัญหาคือโอกาส ผลักดันภาคเอกชนไทย มาผลิตชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ที่สำคัญ ผ่านการผลักดันของภาครัฐ สิ่งที่จะตามมาคือการเกิดอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งไทยกำลังประสบปัญหา 3 ป. เราต้องมาร่วมปิดสวิตช์ 3 ป.นี้ อันประกอบด้วย คนป่วย เกษตรป่วน อากาศเปลี่ยน
ต่อมา นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ทีมบริหารพรรคประชาชน ด้านเศรษฐกิจ ขึ้นเวทีด้วยการตั้งคำถามว่า ทำไมคนไทยยังต้องเผชิญ กับคำว่าเศรษฐกิจเงียบเหลือเกิน สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นเพราะมีหลุมดำอยู่ หลังโควิด-19 ที่ผ่านมา คนไทยจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่ร้านค้าต่างๆ ของคนไทยกลับต้องทยอยปิดตัวลงเรื่อยๆ เรายังเผชิญกับสินค้าเถื่อนทะลัก เสียหายนับ 1 แสนล้านบาท สินค้าต่างชาติเข้ามาขายตัดราคา เสียหายกว่า 4 แสนล้านบาท นอมินีล้นบ้านเมือง ทำลายอาชีพของไทย เสียหาย 5 ถึง 6 แสนล้านบาท ถ้าเราไม่จัดการ ประเทศไทยจะเสียหายกว่า 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลประชาชนจะปิดหลุมดำทางเศรษฐกิจไทย กวาดล้างนอมินี กำกับแพลตฟอร์มค่า GP และสินค้าเถื่อน ป้องกันสินค้าต่างชาติตัดราคา คืนความเป็นธรรม คืนโอกาสให้คนไทย ซึ่งขอยืนยันว่ารัฐบาลประชาชนจะสามารถทำให้สำเร็จได้ภายใน 100 วันแรก
“พิศาล” ประกาศทวงคืนความสง่างามการทูตไทย
จากนั้น นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตนักการทูตผู้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย รวมถึงหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการต่างประเทศ ระบุว่า “การต่างประเทศของไทยจะกลับมาสง่างามอีกครั้งหนึ่ง นักการทูตของไทย จะต้องสามารถรับรู้ สัมผัสความต้องการ ความรู้สึก และความทุกข์ยากของประชาชนได้”
ไทยเคยมีบทบาทนำเวลาที่เราพูด เคยมีคนฟังเคยมีคนชื่นชม มหาอำนาจน้อยใหญ่ เคยอยากมาเยือนประเทศไทย อยากร่วมมือด้วย และไม่เคยมองข้ามประเทศไทย เราจะนำความสง่างามนี้กลับมาสู่ประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศจะร่วมมือกับราชการในต่างประเทศทั้งหมด สนับสนุนนโยบาย ที่มีการนำเสนอในวันนี้ให้ขับเคลื่อนเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลประชาชน ผลประโยชน์ไทยอยู่ตรงไหนจุดไหนของโลกเราจะโฟกัสที่จุดนั้น จะทำบนพื้นฐานของหลักการคุณค่าโดยเฉพาะสิทธิมนุษยชน และชั้นเชิงทางการทูต ที่สืบต่อและฝึกฝนกันมาเป็นร้อยปี
นายพิศาล ระบุว่า เพื่อนบ้านต้องมาก่อน เพราะเพื่อนบ้านจะเป็นพื้นฐานให้ไทยมีบทบาทนำ มีบทบาทสร้างสรรค์ในอาเซียน และจะเป็นแกนกลางของนโยบายต่างประเทศของไทย เราจะใช้การทูตนำความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด สนับสนุนด้วยหน่วยงานทางทหารและความมั่นคงไปสร้างความผาสุกให้กับประชาชน ความปลอดภัยจากภัยคุกคามทางทหาร เราจะร่วมมือกับนานาประเทศไปปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ทุนเทา และอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ เราจะใช้กลไกเศรษฐกิจสร้างเสริมการค้า การลงทุนตลอดแนวชายแดนรอบบ้านเรา และจะใช้การศึกษา การสาธารณสุข ปลูกฝังมิตรภาพที่ยั่งยืน และสร้างความนิยมไทย ในระยะยาวในหมู่เพื่อนบ้านของเราทุกประเทศ
“ศิริกัญญา” ชูปฏิรูปภาครัฐให้ Clean และ Lean โปร่งใส มีประสิทธิภาพ
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ที่ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านปฏิรูปภาครัฐ กล่าวถึงเป้าหมายหลักคือ รัฐโปร่งใสไร้คอร์รัปชัน มีเรารัฐไม่เทา และรัฐที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ล้าสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาให้บริการ ตอบสนองฉับไว เป็น 2 เรื่องที่แยกกันไม่ได้ คือรัฐที่ต้อง Clean และ Lean ในด้าน Lean ต้องกิโยตินกฎหมาย ยกเลิกใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น เพื่อปิดช่องทางเรียกรับผลประโยชน์ ถ้ายังทำแบบเดิมอาจจะใช้เวลาอีก 20 ปี จึงเสนอเร่งรัดภารกิจทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายใน 18 เดือน และหากกรณีที่ถูกเรียกรับผลประโยชน์ ภายใน 30 วันจะต้องได้รับใบอนุญาตทันที หากยังไม่มีคำตอบในเวลาดังกล่าว ถือว่าอนุญาตโดยอัตโนมัติ
สำหรับการลงโทษทุจริต ที่บางพรรคโฆษณาว่าต้องลงโทษประหาร แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรับโทษจริง ปัญหาจึงไม่ใช่โทษไม่แรงพอ แต่เพราะขาดพยานหลักฐานไปดำเนินคดี ยังไม่มีใครเอาจริงกับเรื่องนี้ แต่เราเอาจริง เราต้องปรับแรงจูงใจให้ผู้ที่กำลังสมรู้ร่วมคิดกันโกงให้วงแตกให้ได้ ใครออกมาแฉก่อนอาจจะได้รับพิจารณาลดโทษ หรือถูกกันตัวเป็นพยาน ข้าราชการน้ำดีที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตจะได้รับการคุ้มครองและรางวัล ข้อมูลต่างๆ ทางด้านการจัดซื้อจัดจ้าง กรรมการ ผู้ถือหุ้น และบัญชีทรัพย์สิน ต้องโปร่งใสและเชื่อมโยงเพื่อตรวจสอบได้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพื่อนำมาป้องกันการทุจริตในอนาคต การเปิดประมูลต้องเลิกล็อกมง ด้วยการประมูลแบบเฉพาะเจาะจง หากเราสามารถอุดรูรั่วเหล่านี้จะสามารถประหยัดเงินนำมาพัฒนาประเทศได้พอๆกับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1%
“เราอยากให้ข้าราชการทำงานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องเสียเวลากับกองเอกสาร เหลือแต่งานที่มีคุณค่า คืนข้าราชการให้ได้ทำงานที่มีความหมาย และกลับไปรับใช้ประชาชน”
“พิจารณ์” ลั่นนายกฯ ชื่อ “เท้ง” เมื่อไหร่ ไม่มีตั๋วแน่นอน
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวบนเวทีว่า ข้อเสนอของพรรคประชาชน คือเราจะรื้อโครงสร้างตำรวจแล้วสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาใหม่ ผ่านแผนปฏิบัติการ 3 ขั้นตอน คือการปราบ ปรับ ปฏิรูป เพื่อสร้างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงและยั่งยืน ต่อไปนี้การแต่งตั้งโยกย้ายต้องโปร่งใสเป็นธรรม ติดกระดุมเม็ดแรกต้องเอาให้ถูกต้อง มีส้มไม่มีเทา มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เมื่อไหร่ ตั๋วตำรวจไม่มีแน่นอน จะไม่มีการซื้อขาย ไม่มี สส.หน้าไหนหรือนายพลหน้าไหนเข้าไปมีตั๋วตำรวจ ภายใต้รัฐบาลประชาชน
เราจะสร้างระบบประเมินแบบ 360 องศา ที่โปร่งใสและเป็นวิทยาศาสตร์ โดยเราจะประเมินด้วยกัน 6 ด้าน ตั้งแต่คะแนนอาวุโส คะแนนการสอบข้อเขียน ทดสอบร่างกาย ความประพฤติ คะแนนจากรางวัลที่เคยได้รับในอดีต คะแนนจากการประเมินของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน คะแนนจากการรับฟังความเห็นจากประชาชน โดย เราจะแปรเปลี่ยนจากระบบพวกพ้องให้เป็นระบบที่เที่ยงธรรม มีคณะกรรมการอิสระที่ดูแลควบคู่ไปกับการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มที่จะรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และให้ประชาชนเข้าไปติดตามตรวจสอบได้อย่างเรียลไทม์ ยืนยันว่ารัฐบาลประชาชนจะต่อสู้กับปัญหาที่เกาะกินตำรวจมาหลายปี และจะทำให้สำเร็จภายใน 12 เดือนของรัฐบาล นอกจากนี้ รัฐบาลประชาชน เราทำได้ทันที เราจะสร้างตำรวจไทยเป็นที่พึ่งพิงของประชาชน ไม่ใช่ที่พักพิงของทุนเทา เป็นต้น
“มุนินทร์” ประกาศภารกิจปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
นายมุนินทร์ พงศาปาน ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านกระบวนการยุติธรรม ระบุว่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแก้รัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากเป็นการแก้โครงสร้างในระดับรากฐาน อย่างไรก็ตาม หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล กระบวนการยุติธรรมภายใต้พรรคประชาชนจะต้องสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีอิสระ โปร่งใส เป็นธรรมเท่าเทียม และต้องเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ให้โอกาส
1. เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลประชาชนจะทำงานร่วมกับศาลและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เพื่อบูรณาการระบบการบริหารจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนการยุติธรรม ให้มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
2. เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นอิสระ รัฐบาลประชาชนจะคืนความเป็นอิสระให้กับผู้พิพากษา จะทำงานร่วมกับศาลและฝ่ายนิติบัญญัติในการแก้กฎหมาย เพื่อให้หลักเกณฑ์ในการตรวจคำพิพากษาและการโอนสำนวนถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อปิดช่องการแทรกแซงการทำคำพิพากษา ให้ผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลพินิจได้อย่างเป็นอิสระ
3. เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความโปร่งใส รัฐบาลประชาชนจะทำงานร่วมกับองค์กรในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในส่วนของราชทัณฑ์ เข้าไปส่งเสริมให้มีการตรวจสอบโดยองค์กรหรือบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระ โดยไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า และเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะให้มากที่สุด เพื่อขจัดปัญหาการทุจริตในเรือนจำ
4. เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นธรรมและเท่าเทียม รัฐบาลประชาชนจะแก้กฎหมายให้อัยการมีบทบาทมากขึ้นในการร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน เพื่อลดโอกาสในการฟ้องร้องปิดปาก และเปิดโอกาสให้คนที่อัยการสั่งฟ้องไป ศาลสามารถสั่งลงโทษได้ถ้าทำผิดจริง จะผลักดันให้อัยการมีบทบาทมากขึ้นในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและลดภาระของศาล ต่อไปนี้การออกหมายจับ หมายค้น หรือหมายขัง จะต้องผ่านการพิจารณาของอัยการก่อน เพื่อไม่ให้มีการขอออกหมายพร่ำเพรื่อ
5. เพื่อกระบวนการยุติธรรมที่ให้โอกาส รัฐบาลประชาชนจะส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีสิทธิได้รับการศึกษาและการฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก เพื่อให้มีโอกาสพัฒนาความรู้ ฝึกอาชีพ เพื่อลดโอกาสในการก่ออาชญากรรมซ้ำและไม่เป็นภาระกับสังคม จูงใจให้เอกชนเข้ามาร่วมในการจ้างงานผู้ต้องขังที่พ้นโทษ แลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
“รัฐบาลประชาชนจะคืนความปกติให้กับกระบวนการยุติธรรมไทย ให้เป็นกระบวนการยุติธรรมที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีความเป็นอิสระ มีความโปร่งใส มีความเท่าเทียม และให้โอกาสผู้ต้องขังกลับไปใช้ชีวิตตามปกติในสังคมได้”
ขอโอกาส “วิโรจน์-ณัฐพงษ์” เข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำงานให้ประชาชน
ในส่วนของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กล่าวถึงแผนรบรัฐบาลประชาชนกวาดล้างสแกมเมอร์ ว่า สแกมเมอร์จะไม่ใช่ขบวนการดูดเงิน แต่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่เป็นภัยร้ายต่อเศรษฐกิจและเป็นภัยต่อความมั่นคง ที่พุ่งเป้าสู่ประชาชนคนไทยทุกคน และเป็นศูนย์กลางของความชั่วร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย หรือมาตรการสะสมอาวุธ เพื่อรุกรานอธิปไตยไทย บัญชีม้าเป็นทอดๆ หัวใจของมันคือการฟอกเงิน ตราบใดก็ตามที่เงินสกปรกยังเคลื่อนย้ายได้ สแกมเมอร์ก็เป็นเหมือนซอมบี้เป็นผีดิบที่ฆ่าอย่างไรก็ไม่ตาย
เงินที่หลอกคนไทยไป 316,000,000 บาทต่อวัน 115,300,000,000 บาทต่อปี และมีเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในประเทศที่สมคบคิดกับมาเฟียข้ามชาติในการดำเนินการสกปรกที่หลอกคนไทยมาฟอกในประเทศไทย วนกลับมาทำธุรกิจไทยผ่านธุรกิจนอมินี การตลาดผู้ประกอบการสุจริตอยู่ไม่ได้ SMS ใหม่อยู่ลำบาก แต่ธุรกิจส่วนเหรียญที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ไม่ต้องเสียภาษีเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว บ่อนทำลายตลาดทุนในประเทศ และอ่อนแอระบบการเงินและการธนาคาร ประชาชนต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่สูง พอเงินสกปรกทุนหนาซื้อที่ดินคอนโด หรือแม้กระทั่งทองคำ ก็เกิดภาวะฟองสบู่ ภาวะค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น
สิ่งที่พรรคประชาชนทำได้ก็คือ “การหยุดเลือด” โดยการอายัดบัญชีม้า-ซิมม้าทันที เข้มงวดกับการเปิดบัญชีซิมใหม่ ที่สำคัญต้องบังคับใช้ พ.ร.ก.ไซเบอร์ฉบับที่ 2 พร้อมเร่งปรับปรุงระบบความมั่นคงปลอดภัยให้บัญชีเงินฝากปลอดภัย เร่งจัดตั้งศูนย์วิชาการปราบสแกมเมอร์แห่งชาติ ดึงตำรวจ อัยการ ปปง. กรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกัน ทำงานร่วมกันในการยึดอายัดทรัพย์ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดสแกมเมอร์ ได้เวลาเปลี่ยนจากรับเป็นรุกคือ “การไล่ล่า” ไล่ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามขอบฟ้า ไทยต้องเป็นผู้นำอาเซียน ลงสัตยาบัน UNCC 2024 และร่วมมือกับสหรัฐฯ จีน อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย
“ขอยืนยันว่าผมและเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนนายกรัฐมนตรีที่ชื่อณัฐพงษ์ จะไล่ล่ามันมาลงโทษให้ได้ ได้เวลารัฐบาลประชาชนจะทำให้บัญชีเงินฝากของประชาชนปลอดภัย ได้เวลาทำให้ประชาชนปลอดภัย และมั่นใจว่าโทรศัพท์ที่พกพาไปไหนมาไหนไม่ได้พกพาโจรไปด้วย ได้เวลาปกป้องประเทศ ได้เวลาปกป้องประชาชนจากมาเฟียข้ามชาติ ทุนเทา และเงินสกปรก 8 กุมภาพันธ์, ส่ง สส.พรรคประชาชน เข้าสภาฯ และให้ผมกับณัฐพงษ์ เดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำงานให้กับประชาชน”
ถึงเวลาตั้งรัฐบาลประชาชน พาคนไทยไปสู่อนาคตใหม่ที่ก้าวไกลกว่าเดิม
ในช่วงท้าย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้หน้าที่ของตน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่มาประกาศว่า เราพร้อมแล้วซึ่งเจตจำนงทางการเมือง เราพร้อมแล้วทั้งทีมบริหารบุคลากรที่มีความเหมาะสม เราพร้อมแล้วทั้งนโยบาย และแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน แต่วันนี้หลายท่านที่ได้กลิ่นความเจริญ ซึ่งความเจริญนี้มาพร้อมกับสายลมความเปลี่ยนแปลงที่ทุกท่านช่วยกันทำมาตั้งแต่ปี 2562 สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าทุกท่านที่อยู่ในประเทศไทย ช่วยกันเป็นกังหันลมทำให้สายลมมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ
“วันนี้เจตจำนงของพรรคประชาชนไม่เพียงแต่มาสร้างการเมืองแห่งความเปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่เราพร้อมเข้ามาบริหารประเทศ เลือกพรรคประชาชน เลือกคูณสอง เลือกเข้าถล่มทลาย วันนี้ไม่ใช่กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม แต่ถึงเวลาตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะพาประชาชนคนไทย ไปสู่อนาคตใหม่ที่ก้าวไกลกว่าเดิม ผมขอพลังขอเสียง ขอความหวัง ขออนาคตของลูกหลาน ขออนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือของพี่น้องทุกท่านได้หรือไม่” ก่อนจะถ่ายภาพรวมทีมบริหารรัฐบาลประชาชน