“มาร์ค” ขนทีม ประชาธิปัตย์ปราศรัย “ภูเก็ต” ชู การเมืองสุจริต เน้นสวัสดิการ ลดเหลื่อมล้ำ ครบทุกช่วงวัย ขอให้หนุนการเมืองโปร่งใส เลือก สส. ทำงานจริง ไม่ใช่ต่อรองยื่นคำขาดกับประชาชน


เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 11 มกราคม 2569 ที่สวนศรีภูวนาถ ตำบลวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ หรือ ดร.อ้อ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่นำเสนอนโยบายของพรรคในธีม “วาระ ภาคใต้ หายจน” โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า แนวทางการเมืองสุจริตและนโยบายการพัฒนาที่กินได้จริง ด้วยการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ลดความเหลื่อมล้ำดูแลแม่และลูกตั้งแต่วันแรกคลอด มอบเงินขวัญถุงแรกเกิด 65,000 บาท และสนับสนุนค่าเลี้ยงดูรายเดือน 5,000 บาท ตลอดปีแรก รวมเป็นเงิน 65,000 บาท และรัฐเติมเงินเข้าบัญชีเด็กเดือนละ 500 บาทต่อเนื่องจนอายุ 18 ปี เพื่อให้เยาวชนมีเงินก้อนสะสม 100,000 บาทเป็นทุนการศึกษา หรือต่อยอดอาชีพในอนาคต ส่วนผู้สูงอายุไม่ต้องมานั่งลุ้นว่า ใครจะได้เงินเบี้ยผู้สูงวัย 600 หรือ 800 บาท เพราะพรรค ปชป. มีนโยบายปรับให้เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้าทุกคน ไม่ต้องรอลุ้น แถมมี "เซอร์ไพรส์" ด้วยเบี้ยเลี้ยงผู้พิการที่ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพในภาวะค่าครองชีพสูงในปัจจุบัน และพรรค ปชป. ยังมองถึงความปลอดภัยในบ้าน ที่มีผู้สูงวัย เรามีนโยบายสนับสนุนงบฯให้ 50,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปเพื่อนำไปปรับปรุงบ้าน จัดทำราวจับ ปรับเปลี่ยนประตูให้ปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุ การล้มในบ้านเพื่อดูแลให้ความสำคัญกับสังคมสูงวัย

...


นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนหมัดเด็ดที่จะฟื้นเศรษฐกิจ ภูเก็ตจะพึ่งพาแค่เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะมีบทเรียนจากโควิด-19 ชี้แล้วว่าหากโลกมีปัญหา ภูเก็ตจะเจ็บหนักที่สุด จึงมีแนวคิด "ภูเก็ตเป็นได้มากกว่าแหล่งท่องเที่ยว" โดยจะปั้นเป็นศูนย์กลางการบินและที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมเชื่อม จ.พังงา ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ต่อยอดสู่ธุรกิจ Wellness หรือการส่งเสริมสุขภาพองค์รวม และศูนย์การแพทย์ระดับโลก ผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจดิจิทัล ดึงดูดคนรุ่นใหม่จากทั่วโลก ยกระดับเป็นศูนย์กลางการเดินเรือและการท่องเที่ยวทางน้ำสากล และแผนการสร้างรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กม./ชม. เชื่อมโยงภาคใต้ไทย-มาเลเซีย และแผนพัฒนามอเตอร์เวย์เพื่อการขนส่งที่รวดเร็ว ยกระดับราคายางและปาล์มน้ำมัน พืชเศรษฐกิจหลักภาคใต้ ด้วยการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า มากกว่าการรอพึ่งพากลไกตลาดโลกเพียงอย่างเดียว


“สุดท้าย พรรคชูเรื่องการเมืองโปร่งใส การเมืองสุจริต ที่ย้ำว่าหน้าที่ สส. คือการรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้าน มาแปรเป็นนโยบาย ไม่ใช่การต่อรองผลประโยชน์หรือยื่นคำขาดกับประชาชน เพราะการเมืองที่ดีคือ การบอกว่าเราจะทำอะไรให้ประชาชน และต้องทำได้จริงเหมือนที่เราเคยทำสำเร็จมาแล้ว ทั้งเรียนฟรี และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผมทราบว่าปัญหาของคนภูเก็ต คนพื้นที่ต้องเจอ ทั้งรถติด ขยะ และน้ำท่วม เพราะที่ผ่านมา มุ่งเน้นแต่ปริมาณนักท่องเที่ยวจนทรัพยากรธรรมชาติพัง แต่คนภูเก็ตไม่ได้รวยขึ้นจริง ผมมาที่นี่ พี่น้องบอกว่าไม่ต้องเอาคนมาเพิ่มแล้วก็ได้ แต่ขอให้เอาเงินมาเพิ่มในกระเป๋าพี่น้องแทน ผมถึงมีตอกย้ำกับชุดนโยบายการพัฒนาที่เน้น คุณภาพมากกว่าปริมาณในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้คนภูเก็ตและพี่น้องภาคใต้ให้โอกาสเรา พรรคประชาธิปัตย์ กาเบอร์ 27 และผู้สมัคร สส. ระบบเขตของพรรคด้วยกันทั้ง 2 ใบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว