“พิพัฒน์” ตรวจเหตุวางเพลิงระเบิดปั๊มน้ำมันปัตตานี ยันรัฐเยียวยา 100% เปิดโอกาสผู้มีอุดมการณ์ไม่ตรงกันมาเจรจา ชี้รัฐบาลอนุทิน เปิดกว้าง-ต้องการความสงบ


เวลา 11.00 น. วันที่ 11 มค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (คบฉ.) และรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วย นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามเหตุลอบวางเพลิงและระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. บานา ในอำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายจุดที่ถูกก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 10 มค. ที่ผ่านมา


เมื่อมาถึง พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้พูดคุยกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จากนั้น นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ระเบิดที่ ปตท. บานา โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่บริเวณปั๊มน้ำมันได้รับความเสียหายพอสมควร ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเก็บพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ


ส่วนการเยียวยาทางจังหวัดและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลผู้เสียหาย 100% ดังนั้นขอให้ผู้เสียหายสบายใจได้ในเรื่องนี้ พร้อมขอให้กำลังใจผู้เสียหายให้สู้ต่อ ส่วนจะมีการประณามผู้ก่อเหตุหรือไม่ รองนายกฯพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนอยากจะขอร้องดีกว่าเพราะเหตุการณ์ต่างๆ ทางผู้ประกอบการได้รับความเสียหาย และถ้าเป็นไปได้ขอฝากไปยังพี่ๆน้องๆเพื่อนๆ ว่ามีอะไรก็ขอให้มาเจรจากับทางรัฐบาล และขณะนี้รัฐบาลมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเจรจาหารือ ซึ่งตนก็จะพยายามหาทางมาร่วมแก้ปัญหานี้ด้วยกัน พร้อมย้ำว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือการเจรจาพูดคุยทุกฝ่ายถึงปัญหาเพื่อให้ได้ข้อยุติ

...


“ขอความกรุณาเพื่อนๆ ที่อาจจะมีอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ก็สามารถส่งจดหมายหรือประสานมายังรัฐบาลได้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผม ก็พร้อมที่จะมานั่งพูดคุยกับทุกฝ่าย เพราะเราเป็นรัฐบาลที่เปิดกว้าง เราต้องการความสงบ“


นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สิ่งต่างๆที่เป็นความผิดพลาดในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อยากให้ทุกฝ่ายมานั่งพูดคุยเจรจากันเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด ตามเป้าหมายที่ฝ่ายต้องการ และย้ำว่าความสงบเรียบร้อยเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะได้ช่วยกันทำพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของเราให้เศรษฐกิจดีขึ้นและเกิดความเจริญยิ่งขึ้น