“อนุทิน” ควง “สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ” หาเสียงตลาด อ.ต.ก. แม่ค้าบอกรอโครงการคนละครึ่งพลัส ย้ำ ยังมีนโยบายเศรษฐกิจอื่นอีกมาก ไม่หวั่นนโยบาย 70:30 เพื่อไทย ย้อนให้ดูอดีตพูดแล้วทำได้หรือไม่
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 11 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย พร้อม 2 แม่ทัพ กทม. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. กทม. พรรคภูมิใจไทย ที่ตลาด อ.ต.ก. เขตจตุจักร กทม.
สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาด อ.ต.ก. เป็นอย่างมาก โดยระหว่างเดินช่วยผู้สมัคร สส.หาเสียง ได้มีประชาชนเข้ามาขอเซลฟี่ตลอดทาง และมีประชาชนคนหนึ่งได้เข้ามาขอถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี แล้วบอกว่ารู้สึกขนลุก พร้อมกับพูดว่าเบอร์ 37 ขณะที่นายอนุทิน ยิ้มรับพร้อมกล่าวทันทีว่า “ได้ยินแล้วรู้สึกอิ่ม” ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้า และได้แวะร้านขนมชิมแปะก๊วย พร้อมบอกว่ากินทุกวันทุกเช้า กินแล้วความจำดี แม่ค้าบอกว่า กินแล้วขอให้เป็นนายกฯ
...
ขณะที่บรรยากาศตลอดการเดินตลาด มีทั้งพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน เดินมาทักทายและขอถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทิน นายสีหศักดิ์ นายเอกนิติ นางศุภจี และมีหลายครั้งที่นายวราวุธ รับบทเป็นช่างภาพคอยถ่ายภาพให้ โดยประชาชนหลายคนได้เชียร์ให้โครงการคนละครึ่งพลัส ได้กลับมาทำอีก รออยู่นะ 2,000 บาท เพราะในช่วงที่มีโครงการนั้นทำให้ขายดีมาก ขณะที่นายอนุทิน บอกว่าให้รอวันที่ 8 กุมภาพันธ์
จากนั้น นายอนุทิน ถามชาวบ้านว่าเชียร์แล้วรู้ไหมว่าเบอร์พรรคภูมิใจไทยเบอร์อะไร เมื่อตอบถูกทำให้นายอนุทินหัวเราะชอบใจ แล้วบอกว่าดีมาก ส่วนแม่ค้าได้ชมนางศุภจี ว่าเก่ง จะเลือกพรรคภูมิใจไทยก็เพราะนางศุภจีเพราะเก่ง เป็นกำลังใจให้ พร้อมมีกลุ่มประชาชนมายืนรอให้กำลังใจ พร้อมตะโกนว่า “ภูมิใจไทย พลัสๆ”
ก่อนที่นายอนุทิน และนายเอกนิติ แวะชิมน้ำมะนาว และได้ซื้อน้ำมะนาวจากแม่ค้า โดยแม่ค้าบอกว่าจะไม่รับเงิน แต่นายอนุทิน บอกว่าไม่รับไม่ได้ เราตรงไปตรงมา จากนั้นนายเอกนิติ บอกกับแม่ค้าว่า ในอนาคตพรรคภูมิใจไทยจะมีโครงการชุมชนพลัส ให้ชาวบ้านนำสินค้าของดีในชุมชนมาขายเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ ทั้งนี้ นายอนุทินและคณะยังได้ซื้อน้ำมะนาวพันธุ์น้ำหอมทาน โดยบอกว่า รสชาติอร่อย ไม่หวาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเดินหาเสียงจุดนี้เสร็จสิ้น นายอนุทิน และคณะยังได้ถือโอกาสรับประทานอาหารกลางวันที่ตลาด อ.ต.ก.ด้วย
ไม่หวั่นนโยบาย 70:30 เพื่อไทย ย้อนให้ดูอดีต พูดแล้วทำได้หรือไม่
ต่อมาเวลา 11.15 น. นายอนุทิน กล่าวภายหลังลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาด อ.ต.ก. ว่า รู้สึกอย่างชัดเจนว่าประชาชนให้ความเชื่อมั่น และชื่นชมในสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ทำให้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา และขออย่าดูว่าพรรคภูมิใจไทยมีเพียงโครงการคนละครึ่งพลัส แน่นอนว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่มีประโยชน์ เดินตามตลาดตามร้านค้าทุกคนชื่นชมและขอให้มีอีก ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ถ้าไม่ต้องประสบเหตุยุบสภาฯ ก่อนขณะนี้คงมีเฟส 2 เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าเป็นโครงการที่ดี ประชาชนจะให้โอกาสเราได้กลับไปทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 แต่พรรคภูมิใจไทยยังมีนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย ทั้งเศรษฐกิจชุมชนพลัส การยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ยกระดับผู้สูงวัย การเปิดโอกาสช่องทางสร้างรายได้ทุกช่วงวัย
ผู้สื่อข่าวถามต่อ กังวลนโยบายรัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 ของพรรคเพื่อไทย จะบลัฟนโยบายของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า คนละครึ่งคือ 50:50 แต่ของพรรคภูมิใจไทยพลัสเยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้แน่นอน ส่วนอะไรที่เกินจากนี้ต้องไปดูในอดีตที่ผ่านมาว่าพูดแล้วทำได้หรือไม่ พรรคภูมิใจไทยอะไรที่พูดแล้วต้องทำได้ จึงเป็นที่มาของความเชื่อถือต่างๆ นานา ที่เกิดขึ้นโดยพี่น้องประชาชน เราต้องดูเรื่องของวินัยการเงินการคลังด้วย
ทางด้านคำถามว่าทำอย่างไรที่จะทำให้คน กทม. มีความเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย เพราะที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี สส. ในเมืองหลวง นายอนุทิน ระบุว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยเติมเต็มด้านบุคลากร เราเอาคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงานตรงสาขาอาชีพ ตรงกับประสบการณ์ และให้อำนาจเต็มที่ในการทำงาน และการตัดสินใจ
เมื่อถามย้ำแสดงว่ามั่นใจในการเลือกบุคลากรที่ชูในการหาเสียงว่าจะทำให้คน กทม. เลือกพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เราต้องมีหน้าที่นำเสนอ แต่จะบอกว่า มั่นใจว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ เรามีหน้าที่นำเสนอให้ประชาชนพิจารณา ส่วนจะพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น นี่คือวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด การที่เราให้เกียรติพี่น้องประชาชน ให้เกียรติโหวตเตอร์ของเรา ทำให้พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโตมีจำนวน สส. เพิ่มทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เราจึงเน้นการนำเสนอว่าจะทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชน ดีกว่าที่จะมานั่งบอกว่ามั่นใจ กลัวหรือไม่กลัว หรือพูดว่าเราได้ 200 แบบนั้นทำไมเราไม่ทำให้ได้ 500 แน่ๆ ไปเลย ซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะไปพูดแบบนั้น เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน
ในคำถามว่าช่วงหลังของการหาเสียงเลือกตั้งโค้งแรก โพลของพรรคภูมิใจไทยแผ่วลง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนชอบคิดแบบผู้ชนะ ถ้าเกิด 15 แล้วเหลือ 13 กับ 0.6 ขึ้นมาเป็น 13 ตนขอคิดแบบหลัง และคงต้องร้องโอ๊ย แค่นี้ก็เป็นบุญแล้ว เมื่อถามอีกว่าเดินตลาดแล้วได้ยินประชาชนพูดว่าเบอร์พรรคภูมิใจไทย แล้วตอบกลับว่าอิ่มเลยหมายถึงอะไร นายอนุทิน เผยว่า นี่คือปรากฏการณ์ที่เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับพรรคภูมิใจไทย สมัยก่อนไม่มีแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้มี เชื่อว่าสิ่งที่พรรคได้นำเสนอ และผลงานที่เกิดขึ้นช่วงที่เราได้บริหารประเทศคงเป็นที่เชื่อมั่น และเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ก็ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เราจะทำให้ดีที่สุด.