เปิดประวัติ “หมอบวรศม ลีระพันธ์” ทีมบริหารด้านสาธารณสุข แคนดิเดต รมว.สาธารณสุข พรรคประชาชน ที่เข้าสู่เส้นทางการเมืองกับ Passion ที่ว่า “ระบบสาธารณสุขที่ดี คือหมอและคนไข้ต้องรอดไปด้วยกัน”
วันที่ 10 ม.ค. 2569 พรรคประชาชนเปิดตัว The Professionals ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ลำดับที่ 6 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ รศ. ดร. นพ. บวรศม ลีระพันธ์ รองศาสตราจารย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จะที่กลายมาเป็น Technocrat (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน) ในทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านสาธารณสุข
ประวัติ “บวรศม ลีระพันธ์”
สำหรับประวัติ รศ. ดร. นพ. บวรศม ลีระพันธ์ มีชื่อเล่นว่า “หมอเอก” ถือเป็นแพทย์และนักวิชาการด้านระบบสุขภาพที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เรียนจบการศึกษาด้านการแพทย์และนโยบายสุขภาพจากสถาบันระดับโลก โดยจบปริญญาตรี จากคณะ แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จบปริญญาโท สาขา Health Policy and Management จาก Harvard University สหรัฐอเมริกา และจบปริญญาเอก สาขา Health Services Research, Policy and Administration จาก University of Minnesota สหรัฐอเมริกา
รศ. ดร. นพ. บวรศม มีความเชี่ยวชาญอย่างมาก ในด้าน “วิทยาระบบสุขภาพ” (Health Systems Science) และ “การคิดเชิงระบบ” (Systems Thinking) โดยเฉพาะด้านเวชศาสตร์ป้องกัน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาและการจัดการสุขภาพชุมชน รวมถึงมีความเชี่ยวชาญเรื่องการวิจัยนโยบายสุขภาพ ที่เน้นการออกแบบระบบสาธารณสุขให้ยั่งยืนและเป็นธรรม ขณะที่ในช่วงวิกฤต COVID-19 ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแบบจำลองระบบบูรณาการทางคณิตศาสตร์เพื่อประเมินสถานการณ์และเสนอแนะนโยบายการรับมือ
...
ส่วนประสบการณ์ด้านการทำงาน เป็นประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาวิทยาระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นกรรมการที่ปรึกษาวิชาการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานคณะทำงานวาระยุทธศาสตร์ด้านการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของระบบสุขภาพ สกสว. เป็นที่ปรึกษาอาวุโส โครงการ Better Health Programme Thailand กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาระหว่างประเทศ ของสหราชอาณาจักร และเป็นที่ปรึกษา โครงการทบทวนการใช้จ่ายภาครัฐ ด้านสาธารณสุขของประเทศไทย กลุ่มธนาคารโลก
นอกจากนี้ รศ. ดร. นพ. บวรศม ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ทา จังหวัดลำพูน ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และยังเป็นรองศาสตราจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และรองผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและการจัดการสุขภาพ (Health Policy and Management Center)
เส้นทางการเมือง “บวรศม ลีระพันธ์”
กระทั่งวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569 พรรคประชาชนได้เปิดตัว รศ. ดร. นพ. บวรศม ในฐานะทีมบริหารภายใต้แคมเปญ “The Professionals” โดยถูกวางตัวเป็น แคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง รศ. ดร. นพ. บวรศม ให้เหตุผลของการร่วมงานว่า ต้องการนำแนวคิดการบริหารเชิงระบบมาแก้ปัญหา “สาธารณทุกข์” ให้กลับมาเป็น “สาธารณสุข” อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการดูแลคนทำงานในระบบ ทั้งหมอและพยาบาล ไม่ให้รับภาระหนักเกินไป ควบคู่กับการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน พร้อมกับคำนิยามสั้นๆ ในการแนะนำตัวกับพรรคประชาชนว่า “ระบบสาธารณสุขที่ดี คือหมอและคนไข้ต้องรอดไปด้วยกัน” เพราะความไม่เพียงพอของทรัพยากรสุขภาพทำให้ประชาชนต้องแบกรับความไม่เป็นธรรมในการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง การเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพกลายเป็น “ภาระ” ที่ประชาชนต้องจ่าย จนเกิดคำว่า “คนมีเงินต้องใช้เงินเพิ่มเติม คนชั้นกลางต้องใช้เส้นสาย คนจนต้องใช้เวลารอคอยเพื่อเข้าถึงหมอเวลาเจ็บป่วย” ในเวลาเดียวกัน “ภาระ” จำนวนมากก็ถูกโยนไปให้หมอ พยาบาล และบุคลากรด่านหน้า โดยเฉพาะในระบบบริการสุขภาพภาครัฐ บ่อยครั้งต้องรับความเสี่ยง ทำงานเพิ่มขึ้นโดยไม่มีทรัพยากรเพิ่มเติม ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าภายใต้ระบบราชการที่บริหารจัดการยาก ปรับตัวช้า และแทบไม่เคยถูกปฏิรูปให้สอดคล้องกับการจัดการปัญหาสุขภาพในหน้างานที่ซับซ้อน
“ถ้าเรายังวัดความสำเร็จของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจากจำนวนกิจกรรม จำนวนโครงการ หรือจำนวนผลงานที่ถูกรายงาน และบางครั้งก็กลายเป็นเพียงนโยบายเพิ่มเติมที่เอาไว้ใช้ในฤดูหาเสียงมากกว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริงของประชาชน ระบบสุขภาพก็จะ “ผลิตกิจกรรม” ได้เรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องผลิต “สุขภาพที่ดีขึ้นของประชาชน” การเมืองที่ดีต้องกล้าวัดผลลัพธ์จากชีวิตของคน ไม่ใช่จากความคึกคักของการเขียนนโยบายบนกระดาษ” รศ. ดร. นพ. บวรศม ระบุ