“อภิสิทธิ์-การดี-กรณ์” 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงหลักสี่-จตุจักร ชูนโยบาย “เกิดปั๊บรับสิทธิ์” ในวันเด็ก ย้ำจุดยืนการเมืองสร้างสรรค์ ไม่เติมเชื้อความขัดแย้ง ไม่ปิดประตูจับมือพรรคร่วม วางเงื่อนไขรัฐบาลต้อง “สุจริต-ไร้ทุนเทา”
วันที่ 10 ม.ค. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ร่วมกันลงพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักร ร่วมกับ นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัครเบอร์ 14 ที่ ตลาดบองมาเช่
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคุณแม่ที่ขาดรายได้ในช่วงดูแลเด็กแรกเกิด พร้อมส่งเสริมโภชนาการและการออมเงินให้เด็กก่อนเข้าสู่ระบบโรงเรียน นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกตำบลที่พรรคเคยเริ่มต้นไว้ให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับนโยบาย “เรียนฟรีจริง” ที่จะเข้าถึงเด็กทุกคน และหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ “ปฏิรูปหลักสูตรครั้งใหญ่” เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น เด็กสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจเพื่อสะสมเป็นชุดทักษะ (Skill Set) และสามารถโอนหน่วยกิตเพื่อตอบสนองความต้องการของชีวิตและการทำงานในโลกยุคใหม่
นายอภิสิทธิ์ยังได้กล่าวถึงความท้าทายจากการลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนในช่วงที่ผ่านมา พบปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความหลากหลายของเด็กไทยและเด็กต่างด้าว รวมถึงปัญหาสังคมอย่าง บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา และยาเสพติด ที่ส่งผลต่อสมาธิและการเรียนรู้ของเด็ก โดยย้ำว่าต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบผ่านการประสานงานระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และแรงงาน
เมื่อถูกถามถึงเงื่อนไขการร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า รัฐบาลต้องมีความ “สุจริต” ไม่พัวพันกับธุรกิจสีเทา และต้องไม่สร้างความแตกแยกในสังคม
...
ส่วนกรณีที่นโยบายของพรรคถูกนำไปเปรียบเทียบนโยบายเติมเงินของพรรคอื่นนั้น นายอภิสิทธิ์มองว่าต้องแยกแยะระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราวกับการสร้างความยั่งยืน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เน้น “การประกันรายได้” ทั้งในกลุ่มเกษตรกรและแรงงาน เพื่อให้ทุกคนมีหลักประกันในการสู้กับค่าครองชีพได้อย่างมั่นคง
ย้ำจุดยืนการเมืองสร้างสรรค์ “วันเด็ก” ไม่เติมเชื้อความขัดแย้ง
นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้ย้ำนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคต เริ่มตั้งแต่ สวัสดิการแม่และเด็ก ที่มีการชดเชยรายได้คุณแม่แรกเกิด ส่งเสริมโภชนาการ และการเติมเงินออมให้เด็กต่อเนื่องจนถึงอายุ 18 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีแนวทางในการปรับรื้อหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นภายใต้แนวคิด “บุฟเฟต์การศึกษา” ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กไทยเลือกเรียนตามความถนัดเพื่อสะสมเป็นชุดทักษะ (Skill Set) และสามารถโอนหน่วยกิตได้อย่างเสรี โดยต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาสังคม ทั้งเรื่องยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และภาวะสมาธิสั้นในเด็กจากการใช้เทคโนโลยี
สำหรับในมิติเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศเป้าหมายที่ท้าทายว่า หากพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาล จะผลักดันให้ GDP กลับมาเติบโตที่ร้อยละ 5 ภายใน 4 ปี โดยมองข้ามการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะมุ่งสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ผ่านอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อาหาร, Wellness, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด รวมถึงการปรับรื้อกฎหมายและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชนและรัฐ เพื่อนำกลับมาดูแลสวัสดิการสังคม
ทั้งนี้เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ นายอภิสิทธิ์ได้ฝากข้อความถึงเยาวชนให้มีความหวังและตั้งเป้าหมายในชีวิต พร้อมทั้งเตือนสติผู้นำทางการเมืองว่า ความรักชาติและการปกป้องอธิปไตยสามารถทำได้ด้วยความเข้มแข็งโดยไม่จำเป็นต้อง “เติมเชื้อความขัดแย้ง” เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่อนาคตที่สงบสุขและมั่นคงอย่างแท้จริง
ไม่ปิดประตูจับมือพรรคร่วม วางเงื่อนไขรัฐบาลต้อง “สุจริต-ไร้ทุนเทา”
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ว่า ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เราชัดเจนแล้ว ช่วงนี้เราเดินหน้าขอการสนับสนุนให้มีเสียงมากพอ เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลที่ตั้งขึ้นจะเป็นรัฐบาลที่สุจริต ไม่มีปัญหาเรื่องทุนเทา และไม่สร้างความขัดแย้ง
นายอภิสิทธิ์ ย้ำชัดเจนว่า ตนพูดชัดเจนแล้วว่า เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลต้องไม่มี 3 เรื่องดังกล่าว ส่วนไม่ปิดประตูจับมือหรือไม่ ต้องไปถามพรรคเหล่านั้นว่า เขามีปัญหา 3 เรื่องนั้นหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายของพรรคการเมือง ก็มีความหลากหลายกันไป ต้องแยกแยะกับนโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พร้อมสานต่อ หรือสนับสนุนตามสถานการณ์ แต่ย้ำว่าประเทศไทยจะหวังพึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดเวลาไม่ได้ เพราะในที่สุดจะมีข้อจำกัด ส่วนการดูแลผู้มีรายได้น้อย แม้ว่าจะมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่หากมีนโยบายการประกันรายได้ ก็จะมีหลักประกันให้เขาอยู่ได้