“วันนอร์ - ทวี” ย้ำจุดยืนพรรคประชาชาติ ชูการเมืองสีขาว - ไม่พึ่งทุนเทา ชูพรรคเป็นพื้นที่แห่งพหุวัฒนธรรม ย้ำภารกิจ “สร้างคน” เพื่ออนาคตประเทศ พร้อมชวนชาวไทยใช้สิทธิเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้
วันที่ 9 มกราคม 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาชาติ, นายวรวีร์ มะกูดี แกนนำพรรคประชาชาติ และคณะ ลงพื้นที่ พบปะผู้นำศาสนาและประชาชน พื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ณ ซอยผดุงพันธ์ 29 ถนนผดุงพันธ์ แขวงหนองจอก โดยมี นายภักดี มะแอ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคใต้ นำกลุ่มมวลชนและผู้ศาสนาในพื้นที่ให้การต้อนรับ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ขึ้นกล่าวกับมวลชนที่เดินทางมาในวันนี้ เน้นย้ำความสำคัญของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เพื่อให้ได้คนดีมาทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของสังคมและบ้านเมือง
ย้ำเน้นทุนสีขาว
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ระบุ ประชาชนทุกคนมีหน้าที่สำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มีบัตร 2 ใบ คือเลือก สส. เขต และเลือก สส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ไว้วางใจ ทั้งนี้ พรรคประชาชาติส่งผู้สมัคร สส. เขต เพียง 15 เขต ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก และเน้นการส่ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ให้คนทั้งประเทศได้ร่วมสนับสนุน พร้อมชี้แจงสาเหตุที่ไม่ส่งครบทุกเขตเนื่องจากเป็นพรรคที่เกิดขึ้นใหม่ แต่ก็มีจุดยืนชัดเจนเรื่อง
...
“การทำพรรคการเมืองต้องใช้ทุน แต่เราเน้นทุนสีขาวที่สะอาด เราไม่เอาทุนสีเทาหรือเกือบดำ เพราะเป้าหมายของเราคือการปกป้องความถูกต้อง ป้องกันศาสนา ดูแลการศึกษา และปกป้องทุกชาติพันธุ์” นายวันนอร์ กล่าว
ชูประชาชาติสร้างคน
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคที่มุ่งเน้นการตอบโจทย์วิถีชีวิตและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มพี่น้องมุสลิม ผ่านกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน โดยระบุว่าพรรคประชาชาติยึดถือแนวทาง “ประชาชาติสร้างคน” โดยเน้นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด พร้อมชู 3 นโยบายหลัก ได้แก่ 1.)การเงินปลอดดอกเบี้ย มุ่งสร้างระบบการเงินที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม เพื่อลดภาระและสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน 2.)ระบบสังคม เศรษฐกิจ และอาหารฮาลาล: ผลักดันให้เรื่องฮาลาลเป็นกลไกสำคัญในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร แต่รวมถึงวิถีชีวิตและเศรษฐกิจภาพรวม 3.)การลดความเหลื่อมล้ำ: ผ่านการส่งเสริมการบริจาคและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ย้ำว่า การดูแลเด็กตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเปรียบเทียบกับหลักศาสนาอิสลามที่ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กกำพร้าและการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ “เราต้องการสร้างผู้ใหญ่ที่สมองเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่สมองเป็นเด็กมาบริหารประเทศ” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวทิ้งท้าย
มั่นใจชาวบ้านสนใจนโยบาย
ช่วงเย็นที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี พร้อม รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาชาติ และคณะ ลงพื้นที่ หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ รับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นักธุรกิจมุสลิมและผู้ประกอบการร้านอาหารฮาลาล
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทำงานและการลงพื้นที่พบปะประชาชนในวันนี้ โดยระบุว่า จากการสัมผัสความรู้สึกของประชาชนในหลายพื้นที่ สิ่งที่พี่น้องประชาชนให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้คือ “นโยบาย” ที่จะสามารถเปลี่ยนชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้จริง
เชื่อชาวบ้านอยากเห็นนโยบายตอบโจทย์
พันตำรวจเอก ทวี ยังเปิดเผยว่า แม้หลายคนจะมองว่าปัจจัยอื่นอาจมีผลต่อการตัดสินใจ แต่ในความเป็นจริง ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองสูงมาก และต้องการเห็นนโยบายที่ตอบโจทย์อนาคต โดยเฉพาะใน 2 มิติหลัก คือ 1. การยึดมั่นในหลักการและอัตลักษณ์: ประชาชนต้องการพรรคการเมืองที่พร้อมปกป้องหลักการทางศาสนา และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเชื่อที่แตกต่างอย่างสันติ เพื่อส่งต่อสังคมที่ดีงามให้แก่ลูกหลานในอนาคต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่พรรคประชาชาติยึดถือมาโดยตลอด
และ 2.การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง: พรรคเล็งเห็นว่าหากปล่อยให้การบริหารงานเป็นไปตามระบบราชการแบบเดิมๆ อาจไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน พรรคประชาชาติจึงมุ่งเน้นการวางทิศทางเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการวางรากฐานระยะยาวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
“เราต้องการให้ประชาชนเห็นภาพในอนาคตที่ชัดเจน ว่าพรรคการเมืองจะเข้ามาแก้ปัญหาของเขาได้อย่างไร ทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ และความกินดีอยู่ดี พรรคประชาชาติพร้อมที่จะเป็นตัวแทนในการนำนโยบายเหล่านี้ไปขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าว