พรรคโอกาสใหม่ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ลานคนเมือง ชูนโยบายทำงานร่วมกับ กทม. รักษาสิ่งแวดล้อม ด้าน “จตุพร” มั่นใจเป็นอดีตข้าราชการมืออาชีพ ชูนโยบายรัฐสวัสดิการทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม


วันที่ 9 ม.ค. 2569 พรรคโอกาสใหม่ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 16.30-20.00 น. ก่อนเริ่มการปราศรัย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้เข้าพบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

คุย ผู้ว่า ชัชชาติ หารือแก้ฝุ่น

นายจตุพร บอกว่า วันนี้ตนเองมาปราศรัย สำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เนื่องจากทางพรรคมีผู้สมัครครบทั้ง 33 เขต ผู้สมัคร สส. จำเป็นต้องทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เคยทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ คือเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้มีการทำมาโดยตลอด ทั้งเรื่องของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งผู้ว่าฯ บอกว่าทุกพรรคควรนำเรื่องนี้ไปเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ผ่านมาเท่าที่ทำงานกับผู้ว่าฯ ชัชชาติมาตั้งแต่เป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเห็นว่าสิ่งแวดล้อมดีขึ้นตามลำดับ เกิดจากการร่วมมือร่วมใจระหว่างภาคราชการกับท้องถิ่น วันนี้พรรคโอกาสใหม่ยืนยันว่านโยบายที่สำคัญหนึ่งใน 4 เรื่องคือ การดูแลเรื่องภัยพิบัติโดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องน้ำแล้งน้ำท่วม และเรื่องฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาของประชาชนกรุงเทพฯ ที่ประสบมาโดยตลอด

ยืนยันโอกาสใหม่สำหรับคนไทย

นายจตุพร ยังบอกว่า ผู้บริหารพรรคหลายคนเป็นอดีตผู้ที่เคยทำงานร่วมกับ กทม. เชื่อว่าจะเป็นกำลังที่สำคัญให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ และสามารถทำงานควบคู่กับ กทม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเองเชื่อว่าผู้สมัครหลายเขตมีความเข้มแข็ง อยู่ที่ประชาชนจะตอบรับผู้สมัครของเรา และยืนยันว่าพรรคโอกาสใหม่คือโอกาสสำหรับประชาชนคนไทย

...


โวข้าราชการมืออาชีพกว่านักการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็น อดีตข้าราชการจะสามารถสู้กับพรรคการเมืองมืออาชีพได้หรือไม่ นายจตุพร ตอบว่า หากมองกลับกัน ข้าราชการอาจจะเป็นมืออาชีพมากกว่า ฉะนั้น พรรคของตัวเองมีนโยบายเรื่องการบริหาร การนำประสบการณ์ของเพื่อนข้าราชการมาร่วมกับภาคเอกชน จะเป็นประโยชน์ในการทำงาน คิดว่าสิ่งที่สำคัญคือการเป็นตัวแทนอดีตข้าราชการและการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งข้าราชการต้องช่วยกันและเชื่อมโยงกัน สำหรับการเดินสายหาเสียงตอนนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากประชาชน ส่วนในพื้นที่เขตย่อยๆ ตนเองจะลงพื้นที่ไปให้กำลังใจผู้สมัครอย่างเต็มที่

ยกสวัสดิการเท่าเทียม

ส่วนเรื่องนโยบายทางพรรคเน้นเรื่องรัฐสวัสดิการ เพราะอยากให้คนไทยเข้าถึงรัฐสวัสดิการโดยเท่าเทียมกัน ไม่อยากทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะถ้าพื้นฐานนี้ดีจะก้าวข้ามผ่านได้หลายเรื่อง รวมถึงเศรษฐกิจก็พยายามรณรงค์ช่วยแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเพื่อลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ และยังต้องเพิ่มศักยภาพอีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องการเกษตรและเรื่องอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทย สำหรับเรื่องภัยพิบัติพรรคตนเองมีความถนัด เพราะประเทศไทยอยู่ในศูนย์กลางที่รายล้อมด้วยน้ำทะเล หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นไทยมักจะเป็นประเทศแรกที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของน้ำท่วมและฝุ่น PM 2.5 จึงจะพยายามแก้ไขเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้ดีที่สุดเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดจากภัยพิบัติ จึงต้องมีการเตือนภัยที่แม่นยำ และการกำหนดพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน


จตุพร ขึ้นเวที นำปราศรัย

สำหรับกิจกรรมบนเวทีปราศรัยมีการแนะนำตัวแทนผู้สมัครจากพรรคโอกาสใหม่ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ 33 เขต และมีตัวแทนจากพรรคขึ้นเวทีปราศรัยประเด็นต่าง ๆ อาทิ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ รวมทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคโอกาสใหม่ ได้แก่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และนายประภัสร์ จงสงวน 

เสนอรถหลวงต้องเป็นรถไฟฟ้า

จากนั้นทั้งหมดได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยนายจตุพร บอกว่า ก่อนการปราศรัยตนเองได้พูดคุยกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปัญหาตอนนี้คือเรื่องของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งปัญหานี้ยังอยู่ในกรุงเทพฯ ตลอดเวลา อันเกิดจากปัญหารถที่มีจำนวนมาก ตอนที่ตัวเองเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคยมีการเสนอว่ารถหลวงต้องเป็นรถไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ ซึ่งประเด็นนี้ต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา หากช่วงไหนที่อากาศกดลงมา ต้องใช้กลไกในการทำงานเพื่อเลือกตนเองเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาเพื่อให้กรุงเทพฯ ได้สูดอากาศที่สะอาด

เพิ่มสวนเล็กๆให้ประชาชน

โดยตัวเองมีนโยบายเพิ่มเติมเรื่องของพื้นที่สีเขียว โดยต้องมีสวนเล็ก ๆ ให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความสุข ทุกจุดของ กทม. ต้องมีความสว่างที่เพียงพอ เพราะนี่หมายถึงเรื่องของความปลอดภัย  เราจะทำนโยบายกทม.สว่าง 24 ชม. มีเราไม่มีมืด เพราะ กทม.เป็นหมุดหมายของการท่องเที่ยว จึงเป็นสิ่งที่เราต้องทำ รวมถึงเรื่องกล้อง CCTV เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน เป็นสิ่งที่นโยบายพรรคโอกาสใหม่ จะทำให้สอดคล้องกับคำว่า กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง เพราะถ้ากรุงเทพฯ ดี จะสามารถเชื่อมต่อไปจังหวัดอื่นได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังมีแนวทางแก้ไขปัญหาในกรุงเทพฯ ตลอดจนปัญหาขยะใน กทม. ที่แต่ละวันมีขยะวันละประมาณหมื่นตัน การแก้ไขปัญหาขยะที่ดีที่สุดจึงต้องศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา


โดยพรรคมี 4 นโยบายหลัก ได้แก่ 1. ประเทศไทยต้องเป็นรัฐสวัสดิการทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม 2. นโยบายเรื่องเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาหนี้สิน 3. การแก้ปัญหาเรื่องภัยพิบัติ ที่มุ่งแก้ปัญหาระยะยาวไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ และ 4. เรื่องสังคม ประกอบด้วยหลายอย่าง เช่น เรื่องปัญหาอธิปไตย ที่ต้องจัดการอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีใครมารุกล้ำอธิปไตยของไทย

หมอทศพร ขอดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

ด้าน นพ.ทศพร บอกว่า ตอนนี้ตนเองได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานกับพรรคโอกาสใหม่ สิ่งสำคัญกับชีวิตประชาชนมีอยู่ 2 เรื่องคือ กระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องอาศัยความเป็นแพทย์ อีกอย่างคือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อการพัฒนาชีวิตของประชาชน นอกจากนี้พรรคโอกาสใหม่จะเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุด้วย ซึ่งทุกรัฐบาลที่ผ่านมามักพูดว่า ให้คุ้มครองสวัสดิการสังคมที่เพียงพอเหมาะสมแก่การดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ แต่เมื่อมาย้อนดูเบี้ยผู้สูงอายุแทบไม่เพียงพอ จึงต้องแก้ไขปัญหานี้ นพ.ทศพร ยังพูดถึงปัญหาเรื่องอื่น ๆ เช่น เรื่องของคนไร้บ้าน รวมถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องของคนไร้ที่พึ่งด้วย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม