รมว.กลาโหม สั่ง คงกำลังทหารชายแดนไทย-กัมพูชา อีก 1 ปี จนกว่าจะคลี่คลาย เร่ง สร้างรั้วกั้นพรมแดน-สถานที่ท่องเที่ยว ชง นายกฯ ของบแล้ว ย้ำ กองทัพ วางตัวเป็นกลาง เลือกตั้ง 69 พร้อมสนับสนุนกำลังพลไปใช้สิทธิ


วันที่ 9 ม.ค. 2569 เมื่อเวลา 16.20 น. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ได้ขอบคุณ รมช.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ ในการปฏิบัติภารกิจในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงกำลังพลทุกนายในการปฏิบัติภารกิจคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมชื่นชมในภารกิจที่สำเร็จเรียบร้อยในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ


นอกจากนี้ยังได้รับฟังสถานการณ์ปัจจุบัน ยืนยันว่าอยู่ภายใต้การควบคุม มีระบบการติดตามและประเมินสถานการณ์ 24 ชั่วโมง และยืนยันว่าไทยยึดมั่นในถ้อยแถลงหยุดยิง และขอยืนยันเพื่อให้ประชาชนสบายใจว่ากองทัพมีความพร้อมสูงสุด หากมีการรุกล้ำอธิปไตย ละเมิดผลประโยชน์ของชาติพร้อมที่จะปฏิบัติการเพราะเรามีกฎการใช้กำลังที่ยึดถืออยู่แล้ว


ทั้งนี้อยากให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและติดตามสถานการณ์ผ่านหน่วยงานรัฐบาล และศูนย์ประสานงานข้อมูลข่าวสารไทย-กัมพูชา เนื่องจากเราให้ความสำคัญและได้ชี้แจงในที่ประชุมว่าการปฏิบัติงานครั้งนี้เราแบ่งสนามรบเป็นสามมิติ คือสนามรบบริเวณชายแดนของ 3 เหล่าทัพ สนามรบที่ 2 ก็คือเวทีการต่างประเทศและสนามรบที่ 3 คือการตอบโต้ข้อมูลข่าวสาร


พล.อ.ณัฐพล ยังกล่าวถึงการควบคุมสินค้ายุทธภัณฑ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เป็นการออกรายการเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งปัจจุบันเราใช้กฎหมายปี 2524 คือไม่ทันสมัยจึงมีการปรับให้ออกมาลักษณะเดียวกันให้ครอบคลุมรายการสินค้าที่เป็นลักษณะยุทธภัณฑ์ที่จะใช้ในทางผิดกฎหมาย รวมถึงเรื่องสแกมเมอร์ให้ครอบคลุม นอกจากนี้กำหนดตัวผู้อำนวยการควบคุมให้ทันสมัย เช่น ก่อนหน้านี้ มีจังหวัดปราจีนบุรี ปัจจุบันเพิ่มจังหวัดสระแก้ว

...


และวานนี้ (8 ม.ค.) ตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชายแดนในพื้นที่ช่องบก ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับรายงานในพื้นที่ว่า สถานการณ์อยู่ในการควบคุมคาดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่เราก็ยังไม่ไว้วางใจ กองทัพยังเตรียมพร้อมปฏิบัติการทุกเวลา ยืนยันว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่ได้รับฟังจากทุกหน่วยรายงาน ท่าทีกำลังประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างปลอดภัย


“จากการลงพื้นที่ เน้นย้ำให้ใช้ความอดทนอดกลั้นไม่ได้ยิงตอบโต้ทันที ซึ่งจะทำให้สถานการณ์บานปลายและประชาชนเดือดร้อน แต่เมื่อไหร่ก็ตาม หากมีครั้งที่ 2 คงไม่ใช่อุบัติเหตุ เรามีกฎการใช้กำลัง ขอให้มั่นใจ ไม่อยากลงรายละเอียดเพราะเป็นการยั่วยุ ถ้ากำลังพลได้รับบาดเจ็บสาหัสอาจต้องมีการตอบโต้อย่างได้สัดส่วนและจำเป็น ซึ่งคงได้เห็นภาพครั้งที่แล้ว ว่าเป็นอย่างไร” พล.อ.ณัฐพล กล่าว


พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่าในช่วงที่ผ่านมาการยึดภูมิประเทศว่ายากแล้ว แต่การรักษายากกว่า เพราะฉะนั้นต้องดำเนินการดังนี้


1.คงกำลังไว้อย่างน้อย 1 ปี จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายจริงๆ แต่แนวชายแดนยาว 798 กิโลเมตร จะคงกำลังทั้งหมดคงไม่ได้ ดังนั้นพื้นที่ไหนถ้าต้องคงกำลังก็ต้องคงไว้


2.บางพื้นที่ทำรั้วอิเล็กทรอนิกส์ มีกล้องซีซีทีวี


3.บางพื้นที่ทำรั้วถาวร


4.บางพื้นที่ได้คุยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะขอพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่หวงห้าม อาจจะให้พี่น้องทหารผ่านศึกเข้าไปทำกิน เพราะทหารผ่านศึกยังมีจิตวิญญาณความเป็นทหารในการช่วยดูแลพื้นที่


5.อาจทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว


ทั้งนี้ ได้แจ้งกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีแล้ว เนื่องจากต้องของบประมาณ


ย้ำ กองทัพ วางตัวเป็นกลาง เลือกตั้ง 69 พร้อมสนับสนุนกำลังพลไปใช้สิทธิ


นอกจากนี้ พลเอกณัฐพล ยังกล่าวว่า ได้เน้นย้ำในเรื่องการเลือกตั้งที่จะมาถึงนั้น กองทัพในยึดมั่นระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยสนับสนุนในทุกมิติของระบอบประชาธิปไตยและสนับสนุนกำลังพลให้ไปใช้สิทธิ และการใช้พื้นที่ทหาร เมื่อได้รับการประสาน แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบ จึงขอให้เจ้ากรมรัฐธรรมนูญออกวิทยุแจ้งหลักการหลักปฏิบัติเน้นย้ำให้ทุกหน่วยยึดถือปฏิบัติตามกฎหมายต่อไป จุดยืนของกองทัพต้องวางตัวเป็นกลางรักษาความเสมอภาคทางการเมือง


สำหรับการดูแลความปลอดภัยประชาชน ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชานั้น เรื่องเลือกตั้งมี 2 ส่วน ตามแนวชายแดนเป็นหน้าที่กองทัพที่ต้องรับผิดชอบอธิปไตย ไม่ให้กำลังของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะด้านใดก็ตามรุกล้ำอธิปไตย ส่วนกำลังชั้นในเข้ามาเป็นเรื่องของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกระทรวงมหาดไทย