สถาบันพระปกเกล้าโพล เผย ประชาชนไทยพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแล้วในทุกภูมิภาค แนะ กกต. เร่งฟื้นฟู “ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรม”


วันที่ 9 มกราคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll เปิดเผยว่า สถาบันพระปกเกล้า ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ความพร้อมของประชาชนต่อการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69” ระหว่างวันที่ 26 - 29 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง


1. ภาพรวม คนไทย “พร้อมเลือกตั้ง” แต่ยัง “ไม่เชื่อมั่นระบบ” พบว่าความพร้อมโดยรวมของประชาชนอยู่ที่ ค่าเฉลี่ย 7.81 จาก 10 คะแนน ด้านความรู้ความเข้าใจในการเลือกตั้ง อยู่ในระดับค่อนข้างสูง 8.46 คะแนน ด้านทัศนคติต่อการเลือกตั้ง ยังไม่สูง และด้านความสุจริตและเที่ยงธรรมคะแนนค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ 7.81 คะแนน ด้านการมีส่วนร่วมค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด อยู่ที่ 7.18 คะแนน

โดยสะท้อนว่า บรรยากาศการเลือกตั้งอยู่ในภาวะ “พร้อมเดินหน้า” ประชาชนรู้และเข้าใจระบบเลือกตั้ง แต่ยังไม่มั่นใจว่าเลือกแล้วจะยุติธรรมและยังไม่รู้สึกเป็นเจ้าของการเมืองอย่างแท้จริง


2. ประชาชนทุกภูมิภาคมีความพร้อมต่อการเลือกตั้งในระดับค่อนข้างสูงถึงสูงมาก แต่ไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมตามพื้นที่ พบว่า กรุงเทพมหานคร (8.81 คะแนน) ภาคตะวันออก (8.35 คะแนน) ภาคกลาง (8.19 คะแนน) ภาคเหนือ (7.85 คะแนน) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (7.39 คะแนน) ภาคใต้ (7.36 คะแนน)

สะท้อนว่า กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีคะแนนความพร้อมสูง สะท้อนบทบาทของพื้นที่เมือง ศูนย์กลางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เอื้อต่อความตื่นตัวทางการเมืองและการใช้สิทธิเลือกตั้ง ในขณะที่ ภาคอีสาน และ ภาคใต้ มีความพร้อมต่ำกว่าภาคอื่นสะท้อนถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างและบริบททางสังคมที่จำกัดระดับความพร้อม เช่น ความเชื่อมั่นต่อการจัดการเลือกตั้ง

...


3. ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง “เหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่” อย่างชัดเจน โดยพบว่า กรุงเทพฯ เชื่อมั่นสูงสุด (8.41 คะแนน) ส่วนเชื่อมั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศอย่างมีนัยสำคัญ คือ ภาคอีสาน (5.63 คะแนน) และ ภาคใต้ (4.30 คะแนน)

สะท้อนให้เห็นว่า กกต. ยังไม่สามารถซื้อใจคนในภูมิภาคได้เท่ากับคนเมืองหลวง โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งแนวโน้มมองว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใสตั้งแต่แรก และความเชื่อมั่นไม่ได้ขึ้นกับ “ความพร้อมเลือกตั้ง” โดยตรง แต่ผูกโยงกับประสบการณ์และการรับรู้ต่อความเป็นธรรมของระบบ


4. ความกล้ารายงานทุจริตสูงกว่าความเชื่อมั่น แต่กระจุกตัวในบางพื้นที่ “คนกรุง” ตื่นตัวสูงลิ่ว โดยพบว่ากรุงเทพมหานคร ได้คะแนนสูงสุด (9.19 คะแนน) กล้าน้อยสุด คือ ภาคใต้ (6.13 คะแนน) และ ภาคอีสาน (5.80 คะแนน)

สะท้อนให้เห็นว่าในหลายภูมิภาค ประชาชน “กล้ารายงาน” มากกว่า “เชื่อว่าระบบยุติธรรม” คน กทม. มีความตื่นตัวสูงมาก ในขณะที่ภาคอีสาน และ ภาคใต้อาจยังรู้สึกไม่มั่นใจว่ากระบวนการจะให้ผลที่เป็นธรรมและปลอดภัย การรายงานไปยัง กกต. อาจไม่เกิดผล หรือ เกรงกลัวอิทธิพลในพื้นที่


โดยบทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 3 ชี้ชัดว่า ประชาชนไทยพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแล้วในทุกภูมิภาค ความท้าทายจึงไม่ใช่ “การกระตุ้นประชาชนให้พร้อม” แต่โจทย์เร่งด่วน คือ กกต. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งฟื้นฟู “ความเชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรม” ของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ ภาคใต้ และ ภาคอีสาน โดยต้องรณรงค์แบบมุ่งเป้า เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นมากกว่าการให้ความรู้ซ้ำ การสร้างความเชื่อมั่นต้องไปไกลกว่าการรณรงค์ให้แจ้งเบาะแส แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าการร้องเรียน “ปลอดภัยและเกิดผลจริง”

ส่วนการรณรงค์ควรให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เพื่อกระตุ้นความพร้อมและการมีส่วนร่วมให้มากขึ้นและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการเมือง