“ดร.เอ้ สุชัชวีร์” แคนดิเดตนายกฯ ไทยก้าวใหม่ ชูนโยบาย “การศึกษาคือยาแก้จน” ดันบรรจุครูเด็กเล็ก มีสวัสดิการทัดเทียมราชการ ย้ำทำได้ทันที สร้างคนคือ สร้างชาติ
วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชนมิตรสามัคคีฟื้นนครร่มเกล้าระยะ 4 โซน 10 เขตลาดกระบัง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมนายกิติ วงษ์กุหลาบ รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และนายพงศ์ปณตพล รักสกุลกานต์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 20 ลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) เบอร์ 1 พรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครูและเด็กเล็กเพื่อมอบกำลังใจและปลูกฝังโอกาสทางการศึกษาต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ โดยนายสุชัชวีร์ได้ร่วมทำกิจกรรมและพูดคุยกับเด็กๆ อย่างเป็นกันเอง และกล่าวว่า ในฐานะพ่อที่มีลูกเล็ก เข้าใจดีว่าเด็กต้องการโภชนาการที่ครบถ้วน แต่วันนี้เด็กไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีรายได้น้อย ยังขาดแคลนอาหารเช้า บางคนได้ดื่มเพียงนมกล่องเดียวซึ่งไม่เพียงพอต่อวัยที่กำลังเจริญเติบโต พรรคไทยก้าวใหม่จึงมีนโยบายเร่งด่วน เพื่อผลักดันสวัสดิการ “อาหารเช้าฟรีพร้อมอาหารกลางวัน” ให้แก่เด็กไทยทุกคนจนจบชั้นประถมศึกษา เพื่อสร้างความพร้อมทั้งร่างกายและสมอง เพราะปัจจุบันประเทศไทยเผชิญวิกฤตเด็กเกิดต่ำที่สุดติดอันดับโลก เหลือเพียงปีละกว่า 3 แสนคน ดังนั้นเด็กทุกคนที่เกิดมาจึงเปรียบเสมือนลูกหลานที่ต้องดูแลให้ดีที่สุด
...
นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า จากการพูดคุยกับครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก พบปัญหาสำคัญคือ สถานะการจ้างงานที่เป็นเพียง “อาสา” ขาดความมั่นคงและสวัสดิการของครู ทั้งที่มีความสำคัญในการดูแลและบ่มเพาะอนาคตของชาติ พรรคไทยก้าวใหม่จึงมีนโยบายยกระดับครูศูนย์เด็กเล็กให้ได้รับการบรรจุเป็นอัตราจ้าง มีเงินเดือนจริง และมีสิทธิสวัสดิการพื้นฐานไม่น้อยกว่าข้าราชการ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการดูแลบุตรหลานอนาคตของชาติ รวมถึงการดูแลปัญหาสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือต่ำกว่าเกณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น
“ผมขอย้ำจุดยืนของพรรคไทยก้าวใหม่ในการสร้างคน คือปากท้อง การศึกษาคือยาแก้จน ผมเชื่อมั่นว่าหากพูดถึงนโยบายการศึกษา ประชาชนจะนึกถึงพรรคไทยก้าวใหม่เป็นอันดับแรก เพราะเรามองเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนที่ทำได้ทันที ไม่ใช่เรื่องระยะยาวอย่างที่เข้าใจกัน พร้อมประกาศเดินหน้านโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาเอก และการปลดหนี้ กยศ. เพื่อลดภาระให้ลูกหลานคนจน จึงขออาสาเข้ามาทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีคุณภาพในการสร้างคน สร้างทุนมนุษย์ให้ประเทศชาติอย่างแท้จริง”