“ศิริกัญญา” ลงพื้นที่หาเสียงตลาดประชานิเวศน์ ย้ำขายนโยบาย–เปิดทีมบริหารมืออาชีพ ย้ำ พรรคประชาชน จะไม่โหวตให้บุคคลอื่นเป็นนายกฯ นอกจาก “เท้ง ณัฐพงษ์” เจอบุกต่อว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงบนความแตกแยก
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มกราคม 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปราศรัยหาเสียงที่ตลาดประชานิเวศน์ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าให้การต้อนรับและติดตามรับฟังเป็นจำนวนมาก
ทันทีที่เดินทางมาถึง น.ส.ศิริกัญญา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การลงพื้นที่ตลาดประชานิเวศน์ครั้งนี้ตั้งใจมาพบประชาชนให้ได้มากที่สุด แม้ตารางงานจะจำกัด แต่ยังอยากใช้ทุกโอกาสนำเสนอนโยบายของพรรค พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคที่พร้อมทำงานเพื่อประชาชน และพร้อมนำ “รัฐบาลประชาชน” เข้ามาบริหารประเทศอย่างจริงจัง
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่หลายเขตที่ผ่านมา เสียงตอบรับจากประชาชนยังคงดี แม้ในบางพื้นที่จะมีภาพดราม่าหรือความเห็นต่างปรากฏในสื่ออยู่บ้าง แต่ยืนยันว่าเป็นเพียงส่วนน้อย โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนพรรค พร้อมยังฝากความหวัง และเราอยากทำให้ความหวังของประชาชนเป็นจริง
...
“แม้จะมีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับพรรค เราก็ไม่ย่อท้อ หลายครั้งเป็นการตั้งคำถามด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากได้คำตอบจริง ๆ เราก็พร้อมอธิบาย ไม่หลบหน้า และให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการแข่งขันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี พรรคประชาธิปัตย์ ลงสนามชิงพื้นที่ สส. ด้วย จะกังวลหรือไม่ว่าสัดส่วน สส. จะไม่ถึงการเลือกตั้งครั้งก่อน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่กังวล และไม่อยากเรียกว่าเป็นการมาแบ่งพื้นที่ เพราะพรรคประชาชนไม่ได้มองว่าพื้นที่ใดเป็นของพรรคใดเป็นการถาวร ทุกพื้นที่ต้องทำงานเพื่อให้ประชาชนไว้วางใจอยู่ตลอด พร้อมย้ำว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ในช่วงหนึ่งเดือนสุดท้าย เพื่อขอความไว้วางใจจากประชาชนทั้ง 33 เขตในกรุงเทพฯ และมองว่าการมีคู่แข่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
ในประเด็นที่พรรคอื่นโจมตีพรรคประชาชนในช่วงโค้งสุดท้าย น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า เป็นธรรมดาของพรรคอันดับ 1 ถ้าไม่มุ่งโจมตีอันดับ 1 แล้วจะทำอะไร แต่ยังมีอีกหลายวิธีในการนำเสนอนโยบายแข่งกันทำการเมืองให้สร้างสรรค์ ไม่ใช่เอาแต่มุ่งโจมตีเป็น negative campaign อย่างเดียว อยากให้ทุกพรรค เปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการขายนโยบายแข่งกันมากกว่ารุมกินโต๊ะ
สำหรับการเตรียมเปิดตัวทีมบริหารด้านการปฏิรูประบบราชการ น.ส.ศิริกัญญา ยืนยันว่า พรรคเอาจริงในเรื่องนี้ มีบุคคลที่ทำหน้าที่ด้านการปฏิรูปโดยเฉพาะ แม้ยังไม่สามารถเรียกว่าเป็นคณะรัฐมนตรีได้เนื่องจากข้อกฎหมาย แต่พรรคต้องการมืออาชีพมาผนวกกับความมุ่งมั่นทางการเมือง เพื่อผลักดันการปฏิรูปให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อประชาชนที่ไม่ต้องเผชิญกับระบบเอกสารที่ยุ่งยาก และต่อข้าราชการเอง พร้อมขอให้ติดตามการเปิดตัวบุคลากรมืออาชีพด้านนี้ต่อไป
เมื่อถูกถามว่าการเปิดรับบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นทีมบริหาร อาจเปิดช่องให้ถูกโจมตีหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นแนวทางเดียวกับที่พรรคทำมาโดยตลอด ทั้งการคัดเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและผู้สมัคร สส. ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อนตัดสินใจแต่งตั้ง โดยมองว่าเป็นข้อดีและสร้างความโปร่งใส มากกว่าการไปลุ้นรายชื่อในวันแต่งตั้ง พร้อมย้ำว่าการเปิดตัวทีมบริหารล่วงหน้าเป็นยุทธศาสตร์สร้างความเชื่อมั่น หลังจากประชาชนตั้งคำถามมาโดยตลอดว่าพรรคมีแต่นักการเมืองหน้าใหม่จะสามารถบริหารประเทศได้หรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา ยังชี้แจงว่า การเปิดตัวบุคลากรที่ไม่ได้ลงเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องคนนอกหรือคนใน แต่เป็นการเลือกคนให้เหมาะกับบทบาท บางคนอาจไม่ถนัดงานนิติบัญญัติ แต่มีความสามารถด้านการบริหาร ซึ่งสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สส. ทั้งนี้ ทุกคนผ่านการคัดกรองจากพรรคมาแล้ว ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรับผิดชอบการทำงานของทั้งคณะ และยังมีกลไกยึดโยงกับประชาชนผ่านนายกรัฐมนตรีเป็นหลัก
เมื่อเปรียบเทียบกับกรณี พรรคภูมิใจไทย ที่เปิดทีมบริหารมืออาชีพเช่นกัน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรคประชาชนมีการวางแผนและเปิดต่อสาธารณะมาก่อนแล้ว โดยจุดต่างคือระบบคัดเลือกที่ไม่ยึดโยงกับมุ้งการเมืองหรือโควตาแลกตำแหน่งรัฐมนตรี แต่เน้นความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญเป็นหลัก พร้อมย้ำว่าในวันที่ 11 มกราคมนี้ จะเห็นความ “ว้าว” จากการทำงานเป็นทีมที่ประสานกันได้ทุกกระทรวง ลดปัญหาการทำงานแบบไซโล
ในประเด็นนโยบายเศรษฐกิจ กรณี พรรคเพื่อไทย เปิดแนวคิดคนละครึ่งสัดส่วน 70/30 น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าว้าวหรือไม่ พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเช่นกัน โดยไม่รังเกียจการใช้มาตรการคนละครึ่ง แต่ต้องควบคู่กับ “หวยใบเสร็จ” เพื่อสร้างแรงจูงใจระยะยาวให้ร้านค้าขนาดเล็กและขนาดย่อม
สำหรับนโยบายเติมเงิน 3,000 บาทของพรรคเพื่อไทย น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า แตกต่างจากดิจิทัลวอลเล็ต เนื่องจากเป็นการช่วยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ซึ่งช่วยประคับประคองชีวิตได้ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างถาวร พร้อมชี้ว่าประเทศไทยยังมีคนกลุ่ม “เกือบจน” อีกจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีนโยบายสร้างรายได้อย่างจริงจังควบคู่ไปด้วย
ในประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล น.ส.ศิริกัญญาย้ำจุดยืนว่า พรรคประชาชนจะไม่โหวตให้บุคคลอื่นเป็นนายกรัฐมนตรี นอกจาก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หากพรรคได้เป็นอันดับหนึ่ง พร้อมยืนยันว่าการจัดตั้งรัฐบาลต้องมีข้อตกลงที่โปร่งใสต่อประชาชน ไม่มีการเจรจาลับ และหากไม่อยากให้เกิดการถูกหลอกซ้ำ ต้องเลือกพรรคประชาชนให้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว
หลังจากนั้นขณะที่ น.ส.ศิริกัญญากำลังเตรียมเดินไปทักทายประชาชน มีประชาชนส่วนหนึ่งเดินเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์การเมืองต่อหน้ากับ น.ส.ศิริกัญญา ว่า “การที่คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นมาบนความแตกแยก ในที่สุดแล้วผลจะค่อยๆปรากฏออกมา ความนิยมจะลดลงเรื่อยๆ มันเป็นวัฏจักร แต่หากทำดีทำถูกความนิยมย่อมพุ่งทะยาน และผมเชื่อว่าที่สุดของคุณคือ 150 ผมได้ถามคนรอบตัวว่าการกระทำของพรรคคุณทำแบบนี้แล้วจะเติบใหญ่หรือไม่ ทุกเสียงบอกตรงกันว่าไม่เอาพรรคนี้ นี่เสียงจากระดับชาวบ้าน และกับประโยคที่ว่า “ทหารมีไว้ทำไม” หรือ “กองทัพไทยรบกับใครก็ไม่ชนะ” ผมฟังแล้วทรมานจิตใจ ผมไม่ใช่คนหัวโบราณนะครับ ผมเป็น US Citizen ผมเห็นโลกตะวันตกมา 30, 40 ปี และผมเห็นว่าที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นระบอบอะไร ถ้าประชาชนยังไม่พร้อมก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้นมีอยู่อย่างเดียวคือๆ เป็นๆ ไป” น.ส.ศิริกัญญา จึงกล่าวขอบคุณ ก่อนจะเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนภายในตลาด บรรยากาศเป็นไปอย่างครึกครื้น มีประชาชนส่งเสียงให้กำลังใจและขอถ่ายภาพเป็นระยะ สะท้อนความสนใจทางการเมืองในพื้นที่อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ การปราศรัยหาเสียงที่ตลาดประชานิเวศน์ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่พรรคประชาชนมุ่งเน้นการเข้าถึงประชาชนระดับชุมชน และสื่อสารนโยบายอย่างใกล้ชิด ก่อนเดินหน้าลงพื้นที่ในจุดอื่นต่อไป