"อนุทิน" บิดมอเตอร์ไซค์บุกพระราม 9 ประเดิมเวที กทม. อ้อนขอเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สานต่อ "คนละครึ่งพลัส"
วันที่ 8 มกราคม 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มคึกคัก เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการลงพื้นที่ชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา และชุมชนบึงพระราม 9 ปากคลอง บ่อ 3 เขตห้วยขวาง เพื่อช่วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ (เขต 5) และ นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ (เขต 6) หาเสียง ด้วยการขี่รถมอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเองจากจุดแรกไปยังจุดที่สอง สร้างความเป็นกันเองและได้รับความสนใจจากชาวบ้านอย่างมาก
จากนั้นนายอนุทินปราศรัยย้ำถึงผลงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่านโยบาย "คนละครึ่งพลัส" คือสิ่งที่ประชาชนพึงพอใจและเห็นผลเป็นรูปธรรมที่สุด พร้อมประกาศก้องว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะเร่งดำเนินการเฟส 2 และเฟสต่อ ๆ ไปทันทีตามเสียงเรียกร้องของประชาชน เพราะประกาศิตของประชาชนคือสิ่งที่ทำให้พวกตนต้องทำงานให้เกิดขึ้น ไม่ว่ารูปแบบไหนเราจะนึกถึงพ่อแม่พี่น้องเป็นลำดับแรก
...
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังได้แนะนำบุคลากรระดับ "มืออาชีพ" ที่พร้อมทำงานทันทีหากประชาชนเลือกเบอร์ 37 โดยระบุว่า พรรคมีความพร้อมทั้งด้านการคลัง ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายคนละครึ่งพลัส ด้านเศรษฐกิจนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นมือบริหารระดับโลกจะเข้ามาดูแล ส่วนด้านต่างประเทศจะป็นนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำให้ไทยโดดเด่นในเวทีโลกจะเป็นผู้ดูแล
นายอนุทินยอมรับว่าที่ผ่านมาทำหน้าที่ภายใต้ "หมวกนายกฯ" ทำให้ต้องระมัดระวังคำพูด แต่ยืนยันว่าถึงพูดไม่เก่งแต่ทำงานไม่แพ้ใคร การเลือกตั้งครั้งนี้จึงขอความเมตตาจากคนกรุงเทพฯ ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยปักธง สส.กทม. และก้าวไปสู่การเป็น "รัฐบาลเสียงข้างมาก" เพื่อให้สามารถบริหารงานได้อย่างเต็มรูปแบบและยั่งยืน ไม่ต้องกังวลปัจจัยการเมืองแบบเดิม
นายอนุทินได้ทิ้งสโลแกนใหม่ "พูดแล้วทำ พลัส" ว่า พร้อมจะทำงานหนักขึ้นและทำเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ขอแค่ชาวห้วยขวางเลือกผู้สมัครของพรรคก็ได้อนุทินด้วย เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
หลังการปราศรัยนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาพรรคได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การลงพื้นที่ครั้งนี้ว่าเป็นการหาเสียงแบบ "ออร์แกนิก" คือการเข้าถึงประชาชนโดยไม่มีการปรุงแต่งหรือเตรียมการล่วงหน้า เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริง
เมื่อถามถึงหมัดเด็ดในการมัดใจคนกรุงเทพฯ นายอนุทินบอกว่า เราชูนโยบาย 4 ภัย คือ ภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ที่มาพร้อมทีมบริหารมือโปรระดับรัฐมนตรี ตนไม่อยากใช้วิธี "อ้อน" แต่ขอใช้การ "กราบ" เพื่อขอโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยได้เข้าไปรับใช้คนกรุงเป็นครั้งแรก ที่สำคัญนักการเมืองจะทะเลาะกันเองไม่ได้ เพราะคือผู้แทนราษฎร ถ้าเราทะเลาะกันก็เท่ากับคนไทยทะเลาะกัน พรรคภูมิใจไทยพร้อมแสวงหาความเป็นมิตรและความสงบสุขเพื่อทำงานให้บ้านเมือง