“นายกฯ อนุทิน” ให้โอวาทเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ขอให้ทุกคนกล้าหาญทำสิ่งที่ถูกต้อง ลองทำสิ่งใหม่ ๆ พร้อมฝากอนาคตกับลูกหลาน เพื่อสร้างประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เด็กและเยาวชนดีเด่น รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 1,462 คน เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมกิจกรรมมอบเกียรติบัตรให้แก่เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก โดยรับมอบจาก นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการง

โดยเด็กและเยาวชนดีเด่นที่ได้รับรางวัลผ่านการคัดเลือกจากส่วนราชการหน่วยงาน 17 หน่วยงานพิจารณาคัดเลือกเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี, เรียนดี, มีคุณธรรมจริยธรรม, มีความซื่อสัตย์, ขยัน, ประหยัด, มีความมานะอดทน, หาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง, กตัญญู, ช่วยเหลือพ่อแม่, อุทิศตนเพื่อส่วนรวม. โดยเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงสู่ประเทศชาติมีทั้งหมดห้าด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ, ศิลปะวัฒนธรรม, ดนตรี, ทักษะฝีมือและวิชาชีพ, ด้านกีฬานันทนาการ และด้านศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรม

...

นายอนุทิน ได้ขึ้นกล่าวให้โอวาทกับนักเรียนว่า ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่นำเด็กเยาวชนมาพบกับตนเองที่ทำเนียบรัฐบาล ในฐานะที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ณ สถานที่แห่งนี้ ขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับสู่ทำเนียบรัฐบาล ทุกคนมาที่นี่เพื่อมารับรางวัลจำนวนกว่าพันคน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสมาต้อนรับผู้คนเป็นจำนวนมากเช่นนี้ ขอให้ทุกคนได้ซึมซับและมองว่ารางวัลที่ได้รับในวันนี้ วันหนึ่งพวกเราอาจต้องมานั่งทำงานในสถานที่แห่งนี้และบริหารประเทศ ซึ่งหลายคนอาจได้เป็นผู้บริหารประเทศ เป็นรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร ตำรวจ หรือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

การที่ทุกคนได้มาอยู่ที่นี่ในวันนี้ขอให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ตั้งเข็ม มุ่งมั่นพยายามทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองให้ได้มากที่สุด เท่าที่ทำได้ ตนเองเป็นผู้ที่ผ่านชีวิตมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็ยังจำวันที่เป็นเด็กและเยาวชนได้ เป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด เพราะข้างหน้าของเรามีทั้งโอกาส ทำให้เราได้ทดลองว่าเราควรจะเดินหน้าไปทางใด ลูกหลานอายุขนาดนี้เป็นนักเรียน นักศึกษาสามารถลองผิดลองถูกได้ ตรงไหนผิด เป็นบทเรียน ตรงไหนถูกต้อง ทำให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น และมีเวลาให้แก้ไขปัญหา การมาอยู่ในทำเนียบรัฐบาลจึงอยากให้ทุกคนได้ซึมซับและมองไปยังอนาคต ควรตั้งมั่นที่จะเป็นเลิศด้านวิชาการ กีฬา ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงความสามารถด้านอื่นๆ ควบคู่กับคุณธรรมและความรับผิดชอบทางสังคม คือสิ่งที่อยากให้ลูกหลานทุกคนได้ซึมซับ

นายอนุทิน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่อยากฝากต่อไป ขอให้ทุกคนกล้าหาญทำสิ่งที่ถูกต้อง ลองทำสิ่งใหม่ ๆ สิ่งที่มีความเป็นเลิศอยู่แล้ว ขอให้เพิ่มเติม, แชร์ประสบการณ์ความรู้ ความคิดกับพรรคพวกเพื่อนฝูง เพื่อให้เราเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่ ให้เชื่อมั่นสร้างทีมไทยแลนด์ให้แข็งแกร่งในเวทีโลก อนาคตอันใกล้ลุงป้าทุกคนในที่นี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากฝากอนาคตไว้กับลูกหลานทุกคน จึงขอให้ทุกคนขยันขันแข็ง มารับช่วงต่อในการสร้างประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

สำหรับคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” เชื่อว่าทุกคนรักชาติไทยอยู่แล้ว ใส่ใจโลกก็ต้องทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น เพราะโลกใบนี้ต้องอยู่กับเรา อย่าให้มีฝุ่นละอองและมลพิษ อีกหน่อยต้องมีการใช้พลังงานอย่างประหยัดและเป็นมิตรต่อธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อให้ทุกคนมีความสามารถ มีสุขภาพที่แข็งแรง มาพัฒนาบ้านเมืองให้ทัดเทียมนานาประเทศ แต่เยาวชนไทยยุคนี้ ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องตั้งเป้าว่า “เราต้องสร้างประเทศไทยให้แซงนานาประเทศ เป็นประเทศที่นานาประเทศต้องให้ความสำคัญ และมีบทบาทในเวทีโลก”